<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>อ่านได้อ่านดี &#187; หนังสือ</title>
	<atom:link href="http://katt1963.thainetidol.com/tag/%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%aa%e0%b8%b7%e0%b8%ad/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://katt1963.thainetidol.com</link>
	<description>ออกอากาศทางสถานีทีวีไทย ทุกวันเสาร์และอาทิตย์</description>
	<lastBuildDate>Tue, 16 Jun 2009 11:27:44 +0000</lastBuildDate>
	<generator>http://wordpress.org/?v=2.8.5</generator>
	<language>en</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
			<item>
		<title>รักเปื่อย อ่านได้อ่านดี</title>
		<link>http://katt1963.thainetidol.com/2009/04/%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%a2/</link>
		<comments>http://katt1963.thainetidol.com/2009/04/%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%a2/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 20 Apr 2009 11:43:04 +0000</pubDate>
		<dc:creator>katt1963</dc:creator>
				<category><![CDATA[หนังสือ]]></category>
		<category><![CDATA[กอด]]></category>
		<category><![CDATA[การ์ตูนผี]]></category>
		<category><![CDATA[การ์ตูนไทย]]></category>
		<category><![CDATA[คงเดช จาตุรันต์รัศมี]]></category>
		<category><![CDATA[รัก]]></category>
		<category><![CDATA[รักเปื่อย]]></category>
		<category><![CDATA[หนังสือแนะนำ]]></category>
		<category><![CDATA[อ่านได้อ่านดี]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://katt1963.thainetidol.com/?p=41</guid>
		<description><![CDATA[‘ การมีใครสักคนในชีวิต เป็นทั้งเหตุผลของการมีชีวิตอยู่ และยังเป็นสิ่งยืนยันว่าเรามีชีวิตอยู่จริงๆ เพราะชีวิตมันช่างเปราะบางเกินกว่าจะอยู่ตัวคนเดียว’ 
     นี่คือความเชื่อส่วนตัวซึ่งแทรกซึมอยู่ในทุกชิ้นงานของคงเดช จาตุรันต์รัศมี ผู้เขียนนิยายภาพรักเปื่อย เล่มนี้ค่ะ
     ชื่อของคงเดชอาจไม่คุ้นหู แต่ผลงานของเขาคงคุ้นตากันบ้างละค่ะ จากการกำกับภาพยนตร์ เขียนบท  ร้องเพลง แต่งเพลง เขียนคำโฆษณา แม้แต่การเป็นนักแสดง..และวันนี้เขามีผลงานครั้งแรกในฐานะนักเขียนการ์ตูนที่ลงมือแต่งเรื่อง และวาดภาพด้วยตัวเองค่ะ
      คงเดชบอกว่า “ เขียนรูปมานานแล้วครับ สำนักพิมพ์ให้โอกาสก็เลยทำซะเลย”
           รักเปื่อย เป็นนิยายภาพรักโรแมนติก แนวเปื่อย เหงา เคล้าน้ำตา เรื่องราวของสมบัติผู้มีบุคคลิกแปลกแยก..สำหรับคนอื่นเขาจึงเป็นเพียงแค่อากาศธาตุ..สมบัติหลงรักอ้อม หญิงสาวที่เขาเฝ้าติดตามจนประสบชะตากรรมกลายเป็นซอมบี้อยู่ในโลกใต้พื้นดิน..แต่ด้วยอานุภาพแห่งรักทำให้สมบัติต้องกลับมายังโลกอีกครั้งก่อนที่ร่างกายจะผุพังเน่าเปื่อย  
           แนวคิดของผู้วาดก็คือ  “ คิดว่าความรักจะคงทนอยู่ตลอดมั้ย แล้วถ้าความรักคงทน อยู่ในร่างที่กำลังจะเน่าเปื่อยล่ะ”   
           รักเปื่อย  เป็นการ์ตูนที่ไร้กรอบจำกัด บางหน้าเราอาจเห็นแค่ลายเส้น บางรูปอาจจะลงสี บางทีก็มีแค่คำบรรยาย แต่กลับเป็นเสน่ห์ให้เราหลงรักได้ง่ายๆ..ความคิดน่ารักน่าขันก็มีให้เห็นอยู่เสมอ เช่นตอนที่สมบัติโบกมือให้อ้อม แล้วนิ้วกลางกับนิ้วนางกระเด็นหายไป..ไม่เป็นไร อย่างน้อยสามนิ้วที่เหลือคงทำให้สมบัติส่งสัญญาณ“ไอเลิฟยู”ให้อ้อมได้ตลอดเวลา คงเดชบอกว่าชีวิตคนเรา ไม่มีอะไรสมบูรณ์หรอกค่ะ
              ความเพลิดเพลินจึงไม่ใช่สิ่งเดียวที่ได้รับจากนิยายภาพเล่มนี้ค่ะ มันยังทำให้เรามองภาพความเป็นจริงในสังคมได้ชัดเจนขึ้น เช่นตอนที่ผีอย่างสมบัติยังต้องวิ่งหนีคน&#8230;มนุษย์เป็นสิ่งมีชีวิตที่แปลกอยู่อย่าง คือเมื่อไหร่ที่เจอคนที่ไม่เข้าพวกก็มักจะต่อต้าน และถ้าเป็นคนที่ไม่เข้าพวก แบบที่ดูอ่อนแอกว่าก็พร้อมที่จะกำจัดทิ้งทันที&#8230;  &#8230;เฮ้อ! ใครเป็นผีกันแน่
             คิดแบบนี้ น่าจะมีเล่มสองมั้ยนะ
             [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><img class="alignright size-thumbnail wp-image-49" title="1201" src="http://katt1963.thainetidol.com/wp-content/uploads/2009/04/1201-150x150.jpg" alt="1201 150x150 รักเปื่อย อ่านได้อ่านดี" width="150" height="150" />‘ การมีใครสักคนในชีวิต เป็นทั้งเหตุผลของการมีชีวิตอยู่ และยังเป็นสิ่งยืนยันว่าเรามีชีวิตอยู่จริงๆ เพราะชีวิตมันช่างเปราะบางเกินกว่าจะอยู่ตัวคนเดียว’ </p>
<p><img class="size-thumbnail wp-image-42 alignleft" title="e0b89be0b881e0b8abe0b899e0b989e0b8b26" src="http://katt1963.thainetidol.com/wp-content/uploads/2009/04/e0b89be0b881e0b8abe0b899e0b989e0b8b26-150x150.jpg" alt="e0b89be0b881e0b8abe0b899e0b989e0b8b26 150x150 รักเปื่อย อ่านได้อ่านดี" width="150" height="150" />     นี่คือความเชื่อส่วนตัวซึ่งแทรกซึมอยู่ในทุกชิ้นงานของคงเดช จาตุรันต์รัศมี ผู้เขียนนิยายภาพรักเปื่อย เล่มนี้ค่ะ</p>
<p>     ชื่อของคงเดชอาจไม่คุ้นหู แต่ผลงานของเขาคงคุ้นตากันบ้างละค่ะ จากการกำกับภาพยนตร์ เขียนบท  ร้องเพลง แต่งเพลง เขียนคำโฆษณา แม้แต่การเป็นนักแสดง..และวันนี้เขามีผลงานครั้งแรกในฐานะนักเขียนการ์ตูนที่ลงมือแต่งเรื่อง และวาดภาพด้วยตัวเองค่ะ</p>
<p>      คงเดชบอกว่า “ เขียนรูปมานานแล้วครับ สำนักพิมพ์ให้โอกาสก็เลยทำซะเลย”</p>
<p>           รักเปื่อย เป็นนิยายภาพรักโรแมนติก แนวเปื่อย เหงา เคล้าน้ำตา เรื่องราวของสมบัติผู้มีบุคคลิกแปลกแยก..สำหรับคนอื่นเขาจึงเป็นเพียงแค่อากาศธาตุ..สมบัติหลงรักอ้อม หญิงสาวที่เขาเฝ้าติดตามจนประสบชะตากรรมกลายเป็นซอมบี้อยู่ในโลกใต้พื้นดิน..แต่ด้วยอานุภาพแห่งรักทำให้สมบัติต้องกลับมายังโลกอีกครั้งก่อนที่ร่างกายจะผุพังเน่าเปื่อย  </p>
<p>           แนวคิดของผู้วาดก็คือ  “ คิดว่าความรักจะคงทนอยู่ตลอดมั้ย แล้วถ้าความรักคงทน อยู่ในร่างที่กำลังจะเน่าเปื่อยล่ะ”   </p>
<p>           รักเปื่อย  เป็นการ์ตูนที่ไร้กรอบจำกัด บางหน้าเราอาจเห็นแค่ลายเส้น บางรูปอาจจะลงสี บางทีก็มีแค่คำบรรยาย แต่กลับเป็นเสน่ห์ให้เราหลงรักได้ง่ายๆ..ความคิดน่ารักน่าขันก็มีให้เห็นอยู่เสมอ เช่นตอนที่สมบัติโบกมือให้อ้อม แล้วนิ้วกลางกับนิ้วนางกระเด็นหายไป..ไม่เป็นไร อย่างน้อยสามนิ้วที่เหลือคงทำให้สมบัติส่งสัญญาณ“ไอเลิฟยู”ให้อ้อมได้ตลอดเวลา คงเดชบอกว่าชีวิตคนเรา ไม่มีอะไรสมบูรณ์หรอกค่ะ</p>
<p><span id="more-41"></span>              ความเพลิดเพลินจึงไม่ใช่สิ่งเดียวที่ได้รับจากนิยายภาพเล่มนี้ค่ะ มันยังทำให้เรามองภาพความเป็นจริงในสังคมได้ชัดเจนขึ้น เช่นตอนที่ผีอย่างสมบัติยังต้องวิ่งหนีคน&#8230;มนุษย์เป็นสิ่งมีชีวิตที่แปลกอยู่อย่าง คือเมื่อไหร่ที่เจอคนที่ไม่เข้าพวกก็มักจะต่อต้าน และถ้าเป็นคนที่ไม่เข้าพวก แบบที่ดูอ่อนแอกว่าก็พร้อมที่จะกำจัดทิ้งทันที&#8230;  &#8230;เฮ้อ! ใครเป็นผีกันแน่<img class="alignright size-thumbnail wp-image-47" title="1021" src="http://katt1963.thainetidol.com/wp-content/uploads/2009/04/1021-150x150.jpg" alt="1021 150x150 รักเปื่อย อ่านได้อ่านดี" width="150" height="150" /></p>
<p>             คิดแบบนี้ น่าจะมีเล่มสองมั้ยนะ<br />
             “มีแน่ครับ ถึงขายไม่ดี ผมก็จะทำเล่มสองอยู่แล้ว”คงเดชหมายมั่นปั้นมือไว้อย่างนี้ค่ะ<br />
            นิยายภาพแนวผีๆ ที่ให้ความรู้สึก ซึมเศร้าปนขำมากกว่าความน่ากลัว..  แนวคิดที่พิลึกแต่ลุ่มลึกในโลกแหว่งๆวิ่นๆของผู้เขียน เป็นเสน่ห์ชวนติดตาม<br />
            รักเปื่อย จึงเหมาะสำหรับคนที่หลงรัก..คนที่ถูกรัก&#8230;และอยากให้ทุกคนรัก&#8230;อ่านแล้วคุณอาจจะตกหลุมรักหนังสือเล่มนี้ก็ได้ค่ะ</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://katt1963.thainetidol.com/2009/04/%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%a2/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>2</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ลูกหินวิเศษ อ่านได้อ่านดี</title>
		<link>http://katt1963.thainetidol.com/2009/04/%e0%b8%a5%e0%b8%b9%e0%b8%81%e0%b8%ab%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b9%80%e0%b8%a8%e0%b8%a9/</link>
		<comments>http://katt1963.thainetidol.com/2009/04/%e0%b8%a5%e0%b8%b9%e0%b8%81%e0%b8%ab%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b9%80%e0%b8%a8%e0%b8%a9/#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 17 Apr 2009 11:31:45 +0000</pubDate>
		<dc:creator>katt1963</dc:creator>
				<category><![CDATA[หนังสือ]]></category>
		<category><![CDATA[ซีไรท์]]></category>
		<category><![CDATA[ผีเสื้อ]]></category>
		<category><![CDATA[มกุฏ อรฤดี]]></category>
		<category><![CDATA[มิน ฟง โฮ]]></category>
		<category><![CDATA[สิงคโปร์]]></category>
		<category><![CDATA[หนังสือดี]]></category>
		<category><![CDATA[อ่านได้อ่านดี]]></category>
		<category><![CDATA[เขมรอพยพ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://katt1963.thainetidol.com/2009/04/30/</guid>
		<description><![CDATA[                                                  
    ถ้ามีคนบอกคุณผู้ชมว่า ลูกหินลูกหนึ่ง มีมนต์วิเศษ
    แค่กำแล้วอธิษฐานก็จะได้ดังฝัน .. จะเชื่อไหมคะ ?
    เด็กหญิงดารา เขมรอพยพวัย 12 ปี เชื่อค่ะ และความเชื่อนี่แหละ 
 ที่พาเธอผ่านพ้นทุกข์สาหัสในช่วงสงครามเข่นฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ และทำให้
คนเขมรล้มตายนับล้านเมื่อกว่า 2 ทศวรรษก่อน
        วรรณกรรมเยาวชนเรื่อง ลูกหินวิเศษ เขียนโดย มินฟงโฮ นักเขียนชาวสิงคโปร์
ที่เกิดและโตในประเทศไทย   แต่ไปเรียนปริญญาที่มหาวิทยาลัยคอร์แนล ก่อนจะทนไม่ได้กับข่าวสงคราม
 ต้องลาเรียนมาอาสาช่วยงานกาชาดที่ชายแดนไทย จนได้พบเด็กมากมายที่พลัดบ้าน พลัดครอบครัว
       จึงเกิดเป็นงานเขียน ถ่ายทอดเรื่องราวของดารา เด็กน้อยที่ต้องลี้ภัยออกจากบ้านเกิด เธอพบเจอแต่ความ
ไม่สบายกายและใจจนแทบจะไม่รู้จักกับรอยยิ้ม และเสียงหัวเราะ
       แต่เมื่อเธอได้พบกับเด็กหญิงจันทู ผู้มอบลูกหินให้พร้อมกำลังใจ  ก็ทำให้คืนวันของดาราไม่หดหู่เกินไปนัก 
อย่างน้อย วันที่มาถึงค่ายผู้อพยพ เธอก็ได้กินข้าวเป็นครั้งแรกในรอบสามปี

“ ฉันตักข้าวเต็มช้อนแล้วก็กิน นึกในใจว่าเป็นสิ่งวิเศษแท้ๆ ที่ได้กินข้าว .. เริ่มปล่อยให้กลิ่นข้าวลอยวนขึ้นช้าๆ ทั้งหวานทั้งหอมจนบอกไม่ถูก .. ลิ้นสัมผัสข้าวแต่ละเม็ด ทั้งแน่น ทั้งอุ่น .. แล้วจึงลิ้มรสความอร่อยที่ทั้งหวาน ทั้งนุ่ม   ช่างผิดกันลิบกับข้าวแดงเมล็ดหยาบผสมกรวด ที่เราเคยได้ปันส่วนตลอดสามปีที่ผ่านมา ”
 
คุณมกุฏ อรฤดี บรรณาธิการผู้เล็งเห็นความงามในเรื่องเล่าและดูแลจนสำเร็จเป็นรูปเล่ม บอกว่าลูกหินวิเศษนี้  “  เป็นหนังสืออ่านนอกเวลาของเด็กอเมริกัน [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><span style="font-size: 16pt; font-family: &quot;Cordia New&quot;,&quot;sans-serif&quot;; mso-fareast-font-family: 'Times New Roman'; mso-ansi-language: EN-US; mso-fareast-language: EN-US; mso-bidi-language: TH;" lang="TH">      </span><span style="font-size: 12pt; color: black; line-height: 115%; font-family: &quot;Cordia New&quot;,&quot;sans-serif&quot;;" lang="TH"><img class="alignleft size-thumbnail wp-image-33" title="e0b89be0b881e0b8abe0b899e0b989e0b8b25" src="http://katt1963.thainetidol.com/wp-content/uploads/2009/04/e0b89be0b881e0b8abe0b899e0b989e0b8b25-150x150.jpg" alt="e0b89be0b881e0b8abe0b899e0b989e0b8b25 150x150 ลูกหินวิเศษ อ่านได้อ่านดี" width="150" height="150" />                                            </span></p>
<p><span style="font-size: 12pt; color: black; line-height: 115%; font-family: &quot;Cordia New&quot;,&quot;sans-serif&quot;;" lang="TH">    ถ้ามีคนบอกคุณผู้ชมว่า ลูกหินลูกหนึ่ง มีมนต์วิเศษ</span></p>
<p><span style="font-size: 12pt; color: black; line-height: 115%; font-family: &quot;Cordia New&quot;,&quot;sans-serif&quot;;" lang="TH">    แค่กำแล้วอธิษฐานก็จะได้ดังฝัน .. จะเชื่อไหมคะ ?</span></p>
<p><span style="font-size: 12pt; color: black; line-height: 115%; font-family: &quot;Cordia New&quot;,&quot;sans-serif&quot;;" lang="TH"> </span><span style="font-size: 12pt; color: black; line-height: 115%; font-family: &quot;Cordia New&quot;,&quot;sans-serif&quot;;" lang="TH">   เด็กหญิงดารา เขมรอพยพวัย 12 ปี เชื่อค่ะ</span><span style="font-size: 12pt; color: black; line-height: 115%; font-family: &quot;Cordia New&quot;,&quot;sans-serif&quot;;" lang="TH"> และความเชื่อนี่แหละ </span></p>
<p><span style="font-size: 12pt; color: black; line-height: 115%; font-family: &quot;Cordia New&quot;,&quot;sans-serif&quot;;" lang="TH"> ที่พาเธอผ่านพ้นทุกข์สาหัสในช่วงสงคราม</span><span style="font-size: 12pt; color: black; line-height: 115%; font-family: &quot;Cordia New&quot;,&quot;sans-serif&quot;;" lang="TH">เข่นฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ </span><span style="font-size: 12pt; color: black; line-height: 115%; font-family: &quot;Cordia New&quot;,&quot;sans-serif&quot;;" lang="TH">และทำให้</span></p>
<p><span style="font-size: 12pt; color: black; line-height: 115%; font-family: &quot;Cordia New&quot;,&quot;sans-serif&quot;;" lang="TH">คนเขมรล้มตายนับล้านเมื่อกว่า 2 ทศวรรษก่อน</span></p>
<p><span style="font-size: 12pt; color: black; line-height: 115%; font-family: &quot;Cordia New&quot;,&quot;sans-serif&quot;;" lang="TH">        </span><span style="font-size: 12pt; color: black; line-height: 115%; font-family: &quot;Cordia New&quot;,&quot;sans-serif&quot;;" lang="TH">วรรณกรรมเยาวชนเรื่อง ลูกหินวิเศษ เขียนโดย มินฟงโฮ นักเขียนชาวสิงคโปร์</span></p>
<p><span style="font-size: 12pt; color: black; line-height: 115%; font-family: &quot;Cordia New&quot;,&quot;sans-serif&quot;;" lang="TH">ที่เกิดและโตในประเทศไทย  </span><span style="font-size: 12pt; color: black; line-height: 115%; font-family: &quot;Cordia New&quot;,&quot;sans-serif&quot;;" lang="TH"> แต่ไปเรียนปริญญาที่</span><span style="font-size: 12pt; color: black; line-height: 115%; font-family: &quot;Cordia New&quot;,&quot;sans-serif&quot;;" lang="TH">มหาวิทยาลัยคอร์แนล ก่อนจะทนไม่ได้กับข่าวสงคราม</span></p>
<p><span style="font-size: 12pt; color: black; line-height: 115%; font-family: &quot;Cordia New&quot;,&quot;sans-serif&quot;;" lang="TH"> ต้องลาเรียน</span><span style="font-size: 12pt; color: black; line-height: 115%; font-family: &quot;Cordia New&quot;,&quot;sans-serif&quot;;" lang="TH">มาอาสาช่วยงาน</span><span style="font-size: 12pt; color: black; line-height: 115%; font-family: &quot;Cordia New&quot;,&quot;sans-serif&quot;;" lang="TH">กาชาดที่ชายแดนไทย จนได้พบเด็กมากมาย</span><span style="font-size: 12pt; color: black; line-height: 115%; font-family: &quot;Cordia New&quot;,&quot;sans-serif&quot;;" lang="TH">ที่พลัดบ้าน พลัดครอบครัว</span></p>
<p><span style="font-size: 12pt; color: black; line-height: 115%; font-family: &quot;Cordia New&quot;,&quot;sans-serif&quot;;" lang="TH">       </span><span style="font-size: 12pt; color: black; line-height: 115%; font-family: &quot;Cordia New&quot;,&quot;sans-serif&quot;;" lang="TH">จึงเกิดเป็นงานเขียน ถ่ายทอดเรื่องราวของดารา เด็กน้อยที่ต้องลี้ภัยออกจากบ้านเกิด เธอพบเจอแต่ความ</span></p>
<p><span style="font-size: 12pt; color: black; line-height: 115%; font-family: &quot;Cordia New&quot;,&quot;sans-serif&quot;;" lang="TH">ไม่สบายกายและใจจน</span><span style="font-size: 12pt; color: black; line-height: 115%; font-family: &quot;Cordia New&quot;,&quot;sans-serif&quot;;" lang="TH">แทบจะไม่รู้จักกับรอยยิ้ม และเสียงหัวเราะ</span></p>
<p><span style="font-size: 12pt; color: black; line-height: 115%; font-family: &quot;Cordia New&quot;,&quot;sans-serif&quot;;" lang="TH">      </span><span style="font-size: 12pt; color: black; line-height: 115%; font-family: &quot;Cordia New&quot;,&quot;sans-serif&quot;;" lang="TH"> แต่เมื่อเธอได้พบกับเด็กหญิงจันทู ผู้มอบลูกหินให้พร้อมกำลังใจ  ก็ทำให้คืนวันของดาราไม่หดหู่เกินไปนัก </span></p>
<p><span style="font-size: 12pt; color: black; line-height: 115%; font-family: &quot;Cordia New&quot;,&quot;sans-serif&quot;;" lang="TH">อย่างน้อย วันที่มาถึง</span><span style="font-size: 12pt; color: black; line-height: 115%; font-family: &quot;Cordia New&quot;,&quot;sans-serif&quot;;" lang="TH">ค่ายผู้อพยพ เธอก็ได้กินข้าวเป็นครั้งแรกในรอบสามปี</span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-indent: 36pt;"><span style="font-size: 12pt; color: black; line-height: 115%; font-family: &quot;Cordia New&quot;,&quot;sans-serif&quot;;" lang="TH"><span id="more-30"></span></span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-indent: 36pt;"><span style="font-size: 12pt; color: black; line-height: 115%; font-family: &quot;Cordia New&quot;,&quot;sans-serif&quot;;" lang="TH"><em>“</em> ฉันตักข้าวเต็มช้อนแล้วก็กิน นึกในใจว่าเป็นสิ่งวิเศษแท้ๆ ที่ได้กินข้าว .. เริ่มปล่อยให้กลิ่นข้าวลอยวนขึ้นช้าๆ ทั้งหวานทั้งหอมจนบอกไม่ถูก .. ลิ้นสัมผัสข้าวแต่ละเม็ด ทั้งแน่น ทั้งอุ่น .. แล้วจึงลิ้มรสความอร่อยที่ทั้งหวาน ทั้งนุ่ม   ช่างผิดกันลิบกับข้าวแดงเมล็ดหยาบผสมกรวด ที่เราเคยได้ปันส่วนตลอดสามปีที่ผ่านมา <em>”</em></span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-indent: 36pt;"><span style="font-size: 12pt; color: black; line-height: 115%; font-family: &quot;Cordia New&quot;,&quot;sans-serif&quot;;" lang="TH"> </span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-indent: 36pt;"><span style="font-size: 12pt; color: black; line-height: 115%; font-family: &quot;Cordia New&quot;,&quot;sans-serif&quot;;" lang="TH">คุณมกุฏ อรฤดี บรรณาธิการผู้เล็งเห็นความงามในเรื่องเล่าและดูแลจนสำเร็จเป็นรูปเล่ม บอกว่าลูกหินวิเศษนี้  “  เป็นหนังสืออ่านนอกเวลาของเด็กอเมริกัน เขาสอนให้รู้เพราะไม่มีเรื่องใดที่เกิดในซีกโลกหนึ่ง แล้วจะไม่กระเทือนถึงอีกซีกโลกหนึ่ง ”</span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-indent: 36pt;"><span style="font-size: 12pt; color: black; line-height: 115%; font-family: &quot;Cordia New&quot;,&quot;sans-serif&quot;;" lang="TH">การเดินทางลี้ภัยจากบ้านของเด็กหญิงดารา มีจุดหมายอยู่ที่การได้กลับบ้านอีกครั้ง พร้อมกับพันธุ์ข้าวเพื่อชีวิตใหม่</span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-indent: 36pt;"><span style="font-size: 12pt; color: black; line-height: 115%; font-family: &quot;Cordia New&quot;,&quot;sans-serif&quot;;" lang="TH">มาเอาใจช่วยกลุ่มคนพลัดถิ่น ที่เติบโตทางความคิดในชั่วไม่นาน โดยไม่ถูกเพื่อนร่วมชาติสังหาร  จะเป็นด้วยพลังแห่งลูกหินวิเศษ หรือหัวใจอันหาญกล้าก็ตาม อย่างน้อย ผู้อ่านก็จะได้รับความสุขและมุมมองความคิดดีๆ จากการอ่าน</span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-indent: 36pt;"><span style="font-size: 12pt; color: black; line-height: 115%; font-family: &quot;Cordia New&quot;,&quot;sans-serif&quot;;" lang="TH">ลูกหินวิเศษ โดย มินฟงโฮ นักเขียนสิงคโปร์ วรรณกรรมเยาวชน รางวัลซีไรท์ ปี 2539 แปลโดย สาลินี คำฉันท์    เป็นหนังสือที่อ่านได้อ่านดีอีกเล่มหนึ่งค่ะ   </span></p>
<p class="MsoNormal" style="text-justify: inter-cluster; margin: 0cm 0cm 0pt; text-indent: 36pt; text-align: justify;"><span style="font-size: 12pt; line-height: 115%; font-family: &quot;Cordia New&quot;,&quot;sans-serif&quot;;"><span lang="TH"><span style="mso-spacerun: yes;">  <img class="alignright size-thumbnail wp-image-29" title="e0b89be0b881e0b8abe0b8a5e0b8b1e0b887" src="http://katt1963.thainetidol.com/wp-content/uploads/2009/04/e0b89be0b881e0b8abe0b8a5e0b8b1e0b887-150x150.jpg" alt="e0b89be0b881e0b8abe0b8a5e0b8b1e0b887 150x150 ลูกหินวิเศษ อ่านได้อ่านดี" width="150" height="150" /></span></span></span></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://katt1963.thainetidol.com/2009/04/%e0%b8%a5%e0%b8%b9%e0%b8%81%e0%b8%ab%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b9%80%e0%b8%a8%e0%b8%a9/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>1</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ควายกินข้าว หมาเก้าหาง</title>
		<link>http://katt1963.thainetidol.com/2009/04/%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%a2%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%82%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%a7-%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b8%b2%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%87/</link>
		<comments>http://katt1963.thainetidol.com/2009/04/%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%a2%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%82%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%a7-%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b8%b2%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%87/#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 16 Apr 2009 14:37:07 +0000</pubDate>
		<dc:creator>katt1963</dc:creator>
				<category><![CDATA[หนังสือ]]></category>
		<category><![CDATA[ควาย]]></category>
		<category><![CDATA[ตุ๊กตูน]]></category>
		<category><![CDATA[นิทาน]]></category>
		<category><![CDATA[สุจิตต์ วงษ์เทศ]]></category>
		<category><![CDATA[หนังสือการ์ตูน]]></category>
		<category><![CDATA[หนังสือเด็ก]]></category>
		<category><![CDATA[หมาเก้าหาง]]></category>
		<category><![CDATA[อ่านได้อ่านดี]]></category>
		<category><![CDATA[เทวดา]]></category>
		<category><![CDATA[เพลงพื้นบ้าน]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://katt1963.thainetidol.com/?p=25</guid>
		<description><![CDATA[เมื่อคนรู้จักปลูกข้าวไว้กิน แต่ไม่รู้จักว่าข้าวมาจากไหน? ก็เลยเกิดคำบอกเล่าต่างๆกันตามประสบการณ์และจินตนาการ&#8230;
หนังสือ “ตุ๊กตูน” ควายกินข้าวหมาเก้าหาง ผู้หาพันธุ์ข้าวให้มนุษย์ปลูกกิน
ก็เป็นอีกจินตนาการหนึ่งซึ่ง ปิยา วัชระสวัสดิ์ ดัดแปลงจากเพลงนิทานท้องถิ่น ชุด ดินหญ้าฟ้าแถน ของ สุจิตต์ วงษ์เทศ ได้อย่างน่าสนใจค่ะ
ควายกินข้าว หมาเก้าหาง เล่มนี้ บอกเล่าเกร็ดความรู้เรื่องต้นตระกูลข้าว พันธุ์ข้าว การปลูกข้าว พิธีกรรมและความเชื่อต่างๆ เช่น เชื่อว่าแถนหรือผีฟ้า อยู่บนฟ้าเป็นผู้บันดาลให้ฝนตกเพื่อทำนาปลูกข้าว
พลิกหน้าถัดมาก็จะสะดุดตากับภาพประกอบสีสันสดใส ฝีมือของคุณปิยา ที่บรรจงเขียนประกอบ

คำร้องจากเพลงควายกินข้าว ในทำนองเพลงเขมรไล่ควาย&#8230;
ควายสวรรค์ ลงมา หา มนุษย์
สอนที่สุด ไถนา วิชาสิ้น
ปลูกข้าว ได้ข้าว มีข้าวกิน
ก็หลงรส หลงลิ้น กินข้าวควาย&#8230;
ดูภาพไป..ฟังเพลงจากซีดีที่แถมมาในเล่มไปได้อรรถรสอย่าบอกใครเลยค่ะ&#8230;
อีกหนึ่งเรื่องที่สนุกไม่แพ้กันก็คือ หมาเก้าหาง ซึ่งคุณสุจิตต์ วงษ์เทศ แต่งเนื้อร้องจากคำบอกเล่าของชาวบ้านชนชาติจ้วง มณฑลกวางสี ที่เมืองจีนค่ะ&#8230;
เทวดา คว้าเล่ห์ เทพาวุธ
พิฆาตขว้าง หวังกุด ชีวิตหมา
แต่โดนหาง แปดหาง ขาดค้างฟ้า
เหลือหางเดียว เกี่ยวธัญญา ลงมาดิน&#8230;
แหม อดสงสารไม่ได้ ทั้งหมาทั้งควายละค่ะ
อีกส่วนสำคัญที่ไม่ควรมองข้ามในหนังสือเล่มนี้คือร่องรอยและหลักฐานว่านิทานหรือคำบอกเล่าเรื่องข้าว เก่าแก่สุดมีอายุถึง 3,000 ปี&#8230;
เอ..หรือว่าคนกินข้าวของหมากับของควายจริงๆ&#8230;
หนังสือ [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>เมื่อคนรู้จักปลูกข้าวไว้กิน แต่ไม่รู้จักว่าข้าวมาจากไหน? ก็เลยเกิดคำบอกเล่าต่างๆกันตามประสบการณ์และจินตนาการ&#8230;</p>
<p><img class="size-thumbnail wp-image-26 alignleft" title="e0b89be0b881e0b8abe0b899e0b989e0b8b21" src="http://katt1963.thainetidol.com/wp-content/uploads/2009/04/e0b89be0b881e0b8abe0b899e0b989e0b8b21-150x150.jpg" alt="e0b89be0b881e0b8abe0b899e0b989e0b8b21 150x150 ควายกินข้าว หมาเก้าหาง" width="150" height="150" />หนังสือ “ตุ๊กตูน” ควายกินข้าวหมาเก้าหาง ผู้หาพันธุ์ข้าวให้มนุษย์ปลูกกิน<br />
ก็เป็นอีกจินตนาการหนึ่งซึ่ง ปิยา วัชระสวัสดิ์ ดัดแปลงจากเพลงนิทานท้องถิ่น ชุด ดินหญ้าฟ้าแถน ของ สุจิตต์ วงษ์เทศ ได้อย่างน่าสนใจค่ะ</p>
<p>ควายกินข้าว หมาเก้าหาง เล่มนี้ บอกเล่าเกร็ดความรู้เรื่องต้นตระกูลข้าว พันธุ์ข้าว การปลูกข้าว พิธีกรรมและความเชื่อต่างๆ เช่น เชื่อว่าแถนหรือผีฟ้า อยู่บนฟ้าเป็นผู้บันดาลให้ฝนตกเพื่อทำนาปลูกข้าว</p>
<p>พลิกหน้าถัดมาก็จะสะดุดตากับภาพประกอบสีสันสดใส ฝีมือของคุณปิยา ที่บรรจงเขียนประกอบ</p>
<p><span id="more-25"></span><br />
คำร้องจากเพลงควายกินข้าว ในทำนองเพลงเขมรไล่ควาย&#8230;</p>
<p>ควายสวรรค์ ลงมา หา มนุษย์</p>
<p>สอนที่สุด ไถนา วิชาสิ้น</p>
<p>ปลูกข้าว ได้ข้าว มีข้าวกิน</p>
<p>ก็หลงรส หลงลิ้น กินข้าวควาย&#8230;</p>
<p>ดูภาพไป..ฟังเพลงจากซีดีที่แถมมาในเล่มไปได้อรรถรสอย่าบอกใครเลยค่ะ&#8230;</p>
<p>อีกหนึ่งเรื่องที่สนุกไม่แพ้กันก็คือ หมาเก้าหาง ซึ่งคุณสุจิตต์ วงษ์เทศ แต่งเนื้อร้องจากคำบอกเล่าของชาวบ้านชนชาติจ้วง มณฑลกวางสี ที่เมืองจีนค่ะ&#8230;</p>
<p>เทวดา คว้าเล่ห์ เทพาวุธ</p>
<p>พิฆาตขว้าง หวังกุด ชีวิตหมา</p>
<p>แต่โดนหาง แปดหาง ขาดค้างฟ้า</p>
<p>เหลือหางเดียว เกี่ยวธัญญา ลงมาดิน&#8230;</p>
<p>แหม อดสงสารไม่ได้ ทั้งหมาทั้งควายละค่ะ</p>
<p>อีกส่วนสำคัญที่ไม่ควรมองข้ามในหนังสือเล่มนี้คือร่องรอยและหลักฐานว่านิทานหรือคำบอกเล่าเรื่องข้าว เก่าแก่สุดมีอายุถึง 3,000 ปี&#8230;</p>
<p>เอ..หรือว่าคนกินข้าวของหมากับของควายจริงๆ&#8230;</p>
<p><strong>หนังสือ “ตุ๊กตูน” ควายกินข้าวหมาเก้าหาง มาพร้อมกับซีดีดนตรีไทยใส่ตำนาน คลุกนิทานพื้นถิ่น อ่านได้ ฟังดี สนุกทุกช่วงตอนเลยค่ะ</strong></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://katt1963.thainetidol.com/2009/04/%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%a2%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%82%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%a7-%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b8%b2%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%87/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>1</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ประพฤติการณ์ของนายทองอิน รัตนเนตร์</title>
		<link>http://katt1963.thainetidol.com/2009/04/%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%9e%e0%b8%a4%e0%b8%95%e0%b8%b4%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%93%e0%b9%8c%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%99%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%97%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%ad/</link>
		<comments>http://katt1963.thainetidol.com/2009/04/%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%9e%e0%b8%a4%e0%b8%95%e0%b8%b4%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%93%e0%b9%8c%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%99%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%97%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%ad/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 13 Apr 2009 15:59:45 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[หนังสือ]]></category>
		<category><![CDATA[น่าอ่าน]]></category>
		<category><![CDATA[ประพฤติการณ์ของนายทองอิน รัตนเนตร์]]></category>
		<category><![CDATA[รามจิตติ]]></category>
		<category><![CDATA[อ่านได้อ่านดี]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://katt1963.thainetidol.com/?p=9</guid>
		<description><![CDATA[           &#8220;หลายปีมานี้แล้ว มีข่าวลือกันขึ้นว่าเกิดมีปีศาจดุขึ้นใหม่ที่บางพระโขนง บางปากก็กล่าวว่าปีศาจนี้คือตัวนางนากที่ขึ้นชื่อลือนามมามากแล้วนั้นกลับมา เที่ยวหลอกหลอนคนใหม่ &#8221;
          นี่เป็นบทหนึ่งในหน้าแรกของเรื่องนากพระโขนงที่สอง ในรหัสคดีชุดนักสืบทองอิน ที่กำเนิดตั้งแต่ปี 2447 บทพระราชนิพนธ์พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ในพระนามแฝง รามจิตติ
          นายทองอิน คือตัวละครนักสืบแบบไทย ถ้าไม่นับเสื้อราชปะแตนและโจงกระเบนแล้ว ทั้งรูปร่างหน้าตา กิริยาท่าทาง รวมถึงกล้องยาสูบ เขาก็คล้ายเชอร์ล็อค โฮล์ม ค่ะ จากนิทานทองอินผู้ประพันธ์ทรงแก้ไขใหม่เป็นประพฤติการณ์ของนายทองอิน รัตนเนตร์  เพิ่มนามสกุลพระราชทานให้นักสืบของพระองค์ด้วยค่ะ

          ประพฤติการณ์ของนายทองอิน รัตนเนตร์ เป็นแม่แบบของวรรณกรรมรหัสคดีไทยค่ะ ประกอบด้วยเรื่องสั้นสืบสวน 11 เรื่อง เช่น นากพระโขนงที่สอง นายสุวรรณถูกขโมย  ความลับแผ่นดิน  นายสวัสดิ์-“ปิตุฆาต”  ยาม้าบังกะโล   นายจรูญเศรษฐี  สร้อยคอร้อยชั่ง   จดหมายจากเมืองเประ
          ประพฤติการณ์ของนายทองอิน รัตนเนตร์ พระราชนิพนธ์รัชกาลที่ 6 ในพระนามแฝง รามจิตติ เป็นหนังสือควรค่าแก่การอ่านในวันนี้ เพื่อรำลึกถึงพระปรีชาในทางวรรณกรรม พระบิดาแห่งรหัสคดีไทย ค่ะ
เรื่องสั้นชุดนี้มีภาพวาดประกอบ ตามแบบวารสารอังกฤษ เพื่อช่วยเติมจินตนาการและเพิ่มอรรถรสในการอ่าน แต่ไม่อาจสืบสาวได้ ว่าเป็นลายเส้นของใครค่ะ
ภาพห้องของนายทองอินในเรื่องนายจรูญเศรษฐีนั้น  มีดาบและหมวกล่ากวาง แบบเดียวกับของเชอร์ล็อค [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><img class="alignleft size-full wp-image-12" title="1" src="http://katt1963.thainetidol.com/wp-content/uploads/2009/04/1.jpg" alt="1 ประพฤติการณ์ของนายทองอิน รัตนเนตร์" width="102" height="148" /><img class="alignright size-full wp-image-13" title="2" src="http://katt1963.thainetidol.com/wp-content/uploads/2009/04/2.jpg" alt="2 ประพฤติการณ์ของนายทองอิน รัตนเนตร์" width="150" height="116" />           &#8220;หลายปีมานี้แล้ว มีข่าวลือกันขึ้นว่าเกิดมีปีศาจดุขึ้นใหม่ที่บางพระโขนง บางปากก็กล่าวว่าปีศาจนี้คือตัวนางนากที่ขึ้นชื่อลือนามมามากแล้วนั้นกลับมา เที่ยวหลอกหลอนคนใหม่ &#8221;<br />
          นี่เป็นบทหนึ่งในหน้าแรกของเรื่องนากพระโขนงที่สอง ในรหัสคดีชุดนักสืบทองอิน ที่กำเนิดตั้งแต่ปี 2447 บทพระราชนิพนธ์พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ในพระนามแฝง รามจิตติ<br />
          นายทองอิน คือตัวละครนักสืบแบบไทย ถ้าไม่นับเสื้อราชปะแตนและโจงกระเบนแล้ว ทั้งรูปร่างหน้าตา กิริยาท่าทาง รวมถึงกล้องยาสูบ เขาก็คล้ายเชอร์ล็อค โฮล์ม ค่ะ จากนิทานทองอินผู้ประพันธ์ทรงแก้ไขใหม่เป็นประพฤติการณ์ของนายทองอิน รัตนเนตร์  เพิ่มนามสกุลพระราชทานให้นักสืบของพระองค์ด้วยค่ะ</p>
<p><span id="more-9"></span></p>
<p>          ประพฤติการณ์ของนายทองอิน รัตนเนตร์ เป็นแม่แบบของวรรณกรรมรหัสคดีไทยค่ะ ประกอบด้วยเรื่องสั้นสืบสวน 11 เรื่อง เช่น นากพระโขนงที่สอง นายสุวรรณถูกขโมย  ความลับแผ่นดิน  นายสวัสดิ์-“ปิตุฆาต”  ยาม้าบังกะโล   นายจรูญเศรษฐี  สร้อยคอร้อยชั่ง   จดหมายจากเมืองเประ<br />
          ประพฤติการณ์ของนายทองอิน รัตนเนตร์ พระราชนิพนธ์รัชกาลที่ 6 ในพระนามแฝง รามจิตติ เป็นหนังสือควรค่าแก่การอ่านในวันนี้ เพื่อรำลึกถึงพระปรีชาในทางวรรณกรรม พระบิดาแห่งรหัสคดีไทย ค่ะ<br />
เรื่องสั้นชุดนี้มีภาพวาดประกอบ ตามแบบวารสารอังกฤษ เพื่อช่วยเติมจินตนาการและเพิ่มอรรถรสในการอ่าน แต่ไม่อาจสืบสาวได้ ว่าเป็นลายเส้นของใครค่ะ<br />
ภาพห้องของนายทองอินในเรื่องนายจรูญเศรษฐีนั้น  มีดาบและหมวกล่ากวาง แบบเดียวกับของเชอร์ล็อค โฮล์ม แขวนอยู่บนฝาผนัง แสดงว่าพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 6 ทรงมีเจตนาชัดเจนที่จะสร้างนักสืบทองอิน ถอดแบบจากเชอร์ล็อค โฮล์ม<br />
          แต่ขณะเดียวกัน ก็ทรงพระราชนิพนธ์เรื่องสั้นนักสืบทองอินให้มีความเป็นไทย ทั้งในแง่บุคลิก ฉาก บทสนทนา และองค์ประกอบอื่นๆ ค่ะ นับว่านายทองอินเป็นตัวละครนักสืบคนแรกของไทยเลยทีเดียว<br />
คดีที่นายทองอินสืบในยุคร้อยกว่าปีที่แล้ว มีทั้งเรื่องแบบไทยที่อิงผีปีศาจ เช่นนากพระโขนงที่สอง  เรื่องล้อวรรณกรรมอย่างระเด่นลันได  และเรื่องที่มีมุมมองการแพทย์ และวัฒนธรรมสากลอย่างน่าทึ่ง  เช่นการฆาตกรรมด้วยเข็ม  หรือกลเม็ดการสื่อสารด้วยกลการเขียนจดหมายซ่อนคำ<br />
          ท้ายเล่มยังมีภาคผนวก ที่อัญเชิญลายพระหัตถ์ที่ทรงพระราชนิพนธ์เรื่อง The Second Ghost of Pra Kanong หรือนากพระโขนงที่สองไว้เป็นภาษาอังกฤษ ก่อนจะทรงดัดแปลงเป็นเรื่องสืบสวนในภาษาไทยด้วยค่ะ<br />
          ประพฤติการณ์ของนายทองอิน รัตนเนตร์ พระราชนิพนธ์รัชกาลที่ 6 ในพระนามแฝง รามจิตติ เป็นหนังสือควรค่าแก่การอ่านในวันนี้ เพื่อรำลึกถึงพระปรีชาในทางวรรณกรรม พระบิดาแห่งรหัสคดีไทย ค่ะ</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://katt1963.thainetidol.com/2009/04/%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%9e%e0%b8%a4%e0%b8%95%e0%b8%b4%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%93%e0%b9%8c%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%99%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%97%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%ad/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>7</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ชีวิตนี้ไม่มีสิทธิซ้อม</title>
		<link>http://katt1963.thainetidol.com/2009/04/%e0%b8%8a%e0%b8%b5%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%95%e0%b8%99%e0%b8%b5%e0%b9%89%e0%b9%84%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b8%a1%e0%b8%b5%e0%b8%aa%e0%b8%b4%e0%b8%97%e0%b8%98%e0%b8%b4%e0%b8%8b%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%a1/</link>
		<comments>http://katt1963.thainetidol.com/2009/04/%e0%b8%8a%e0%b8%b5%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%95%e0%b8%99%e0%b8%b5%e0%b9%89%e0%b9%84%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b8%a1%e0%b8%b5%e0%b8%aa%e0%b8%b4%e0%b8%97%e0%b8%98%e0%b8%b4%e0%b8%8b%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%a1/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 13 Apr 2009 15:58:02 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[หนังสือ]]></category>
		<category><![CDATA[ชีวิตนี้ไม่มีสิทธิซ้อม]]></category>
		<category><![CDATA[น่าอ่าน]]></category>
		<category><![CDATA[อ่านได้อ่านดี]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://katt1963.thainetidol.com/?p=8</guid>
		<description><![CDATA[       ทุกชาติทุกภาษาสอนคล้ายๆกันค่ะ ว่าชีวิตคนเราก็เหมือนกับละคร มีสุข มีทุกข์ มีเศร้า ปะปนกันไป แต่มีอยู่อย่างหนึ่งนะคะที่ชีวิตแตกต่างจากละคร นั่นก็คือละครต้องซ้อมก่อนแสดง แต่ชีวิตจริงมักไม่มีโอกาสซ้อม
        ชีวิตนี้ ไม่มีสิทธิ์ซ้อม  No Rehearsal in Life  ผลงานการเขียนของ เจิง เสี่ยวเกอ แปลโดย อนุรักษ์ กิจไพบูลทวี จึงเป็นหนังสือที่แนะนำให้ระมัดระวังในการดำเนินชีวิต มีสติอยู่กับปัจจุบัน ไม่เสียดาย
         นอกจากปรัชญาวาทะมากมายจะถูกนำมาชี้ทางชีวิตแล้ว  ชั้นเชิงการเขียนหนังสือ How To ของเจิง เสี่ยวเกอ ที่ใช้นิทานและขำขันเป็นตัวนำ  ก็ทำให้จำง่ายและเห็นคล้อยตามโดยไม่รู้สึกว่ากำลังถูกสอน         เช่นเรื่องของพระราชาที่ต้องการยาวิเศษเพื่อให้พระธิดาน้อยของพระองค์โตเป็นสาวงามโดยเร็ว  หารู้ไม่ว่ายาที่ว่า ก็คือเวลาที่ผ่านไปนั่นเอง
         หลวงจีนน้อยที่เบื่อการกวาดใบไม้แห้งทุกเช้า เลยขย่มใบไม้แห้งบนต้นลงมาซะด้วย  ทำงานล่วงหน้าอย่างโง่ๆ ก็ไม่ได้แปลว่าวันข้างหน้าจะไม่มีงานเหลือให้ทำ
         แม่น้ำที่ไม่ต้องการนอนอยู่เฉยๆ อยากจะลองลุกขึ้นยืนดูบ้าง ก็เลยไหลลงแนวตั้ง กลายเป็นน้ำตกกว้าง
         เขาบอกว่าชีวิตมีสิ่งสวยงามให้มองอีกเยอะ ขึ้นอยู่กับว่าเราเลือกมองชีวิตในมุมไหน แต่ที่แน่ๆ จะทำอะไรก็ทำซะ อย่ามัวซ้อม
         เพราะเวลาคือขุมสมบัติล้ำค่า ที่ไม่อาจทดแทนได้ด้วยสิ่งใดๆ  ทุกเวลา คือช่วงเวลาที่ดีที่สุดเสมอ  ดังนั้น อย่าปล่อยให้วัยเยาว์ว่างเปล่า
         [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><span style="font-family: 'font-size;" lang="TH"><span><img class="alignleft size-full wp-image-11" title="untitled" src="http://katt1963.thainetidol.com/wp-content/uploads/2009/04/untitled.jpg" alt="untitled ชีวิตนี้ไม่มีสิทธิซ้อม" width="92" height="134" />       ทุกชาติทุกภาษาสอนคล้ายๆกันค่ะ ว่าชีวิตคนเราก็เหมือนกับละคร มีสุข มีทุกข์ มีเศร้า ปะปนกันไป แต่มีอยู่อย่างหนึ่งนะคะที่ชีวิตแตกต่างจากละคร นั่นก็คือละครต้องซ้อมก่อนแสดง แต่ชีวิตจริงมักไม่มีโอกาสซ้อม<br />
        ชีวิตนี้ ไม่มีสิทธิ์ซ้อม  No Rehearsal in Life  ผลงานการเขียนของ เจิง เสี่ยวเกอ แปลโดย อนุรักษ์ กิจไพบูลทวี จึงเป็นหนังสือที่แนะนำให้ระมัดระวังในการดำเนินชีวิต มีสติอยู่กับปัจจุบัน ไม่เสียดาย<br />
         นอกจากปรัชญาวาทะมากมายจะถูกนำมาชี้ทางชีวิตแล้ว  ชั้นเชิงการเขียนหนังสือ How To ของเจิง เสี่ยวเกอ ที่ใช้นิทานและขำขันเป็นตัวนำ  ก็ทำให้จำง่ายและเห็นคล้อยตามโดยไม่รู้สึกว่ากำลังถูกสอน         เช่นเรื่องของพระราชาที่ต้องการยาวิเศษเพื่อให้พระธิดาน้อยของพระองค์โตเป็นสาวงามโดยเร็ว  หารู้ไม่ว่ายาที่ว่า ก็คือเวลาที่ผ่านไปนั่นเอง<br />
</span></span><span style="font-family: 'font-size;" lang="TH"><span><span id="more-8"></span>         หลวงจีนน้อยที่เบื่อการกวาดใบไม้แห้งทุกเช้า เลยขย่มใบไม้แห้งบนต้นลงมาซะด้วย  ทำงานล่วงหน้าอย่างโง่ๆ ก็ไม่ได้แปลว่าวันข้างหน้าจะไม่มีงานเหลือให้ทำ<br />
         แม่น้ำที่ไม่ต้องการนอนอยู่เฉยๆ อยากจะลองลุกขึ้นยืนดูบ้าง ก็เลยไหลลงแนวตั้ง กลายเป็นน้ำตกกว้าง<br />
         เขาบอกว่าชีวิตมีสิ่งสวยงามให้มองอีกเยอะ ขึ้นอยู่กับว่าเราเลือกมองชีวิตในมุมไหน แต่ที่แน่ๆ จะทำอะไรก็ทำซะ อย่ามัวซ้อม<br />
         เพราะเวลาคือขุมสมบัติล้ำค่า ที่ไม่อาจทดแทนได้ด้วยสิ่งใดๆ  ทุกเวลา คือช่วงเวลาที่ดีที่สุดเสมอ  ดังนั้น อย่าปล่อยให้วัยเยาว์ว่างเปล่า<br />
         ผู้เขียนกลัวว่าผู้อ่านจะเพลินสนุกกับนิทานจนลืมแก่นสาระ จึงมีช่องบรรจุผลึกความคิด ตอกย้ำสรุปสั้นๆท้ายบททุกบท ไม่แปลกใจเลยค่ะว่าทำไมหนังสือเล่มนี้ถึงติด Best Seller ของไต้หวันและเป็นหนังสือยอดนิยมของชาวจีนทั่วโลก<br />
         ชีวิตนี้ ไม่มีสิทธิ์ซ้อม เป็นหนังสือที่อ่านสนุกได้แง่คิด อ่านได้  อ่านดี อ่านแล้วจะใช้เวลาทุกวินาทีอย่างคุ้มค่าค่ะ         </span></span></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://katt1963.thainetidol.com/2009/04/%e0%b8%8a%e0%b8%b5%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%95%e0%b8%99%e0%b8%b5%e0%b9%89%e0%b9%84%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b8%a1%e0%b8%b5%e0%b8%aa%e0%b8%b4%e0%b8%97%e0%b8%98%e0%b8%b4%e0%b8%8b%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%a1/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>3</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ตำรับอาหาร เพื่อนพึ่ง(ภาฯ)ยามยาก เล่ม 2</title>
		<link>http://katt1963.thainetidol.com/2009/04/%e0%b8%95%e0%b8%b3%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%a3-%e0%b9%80%e0%b8%9e%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%9e%e0%b8%b6%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b8%a0%e0%b8%b2/</link>
		<comments>http://katt1963.thainetidol.com/2009/04/%e0%b8%95%e0%b8%b3%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%a3-%e0%b9%80%e0%b8%9e%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%9e%e0%b8%b6%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b8%a0%e0%b8%b2/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 13 Apr 2009 15:54:35 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[หนังสือ]]></category>
		<category><![CDATA[ตำรับอาหาร]]></category>
		<category><![CDATA[น่าอ่าน]]></category>
		<category><![CDATA[อ่านได้อ่านดี]]></category>
		<category><![CDATA[เพื่อนพึ่ง(ภาฯ)ยามยาก]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://katt1963.thainetidol.com/?p=7</guid>
		<description><![CDATA[           อ่านได้อ่านดี ขอเชิญคุณผู้ชมเพลินกับตำรับอาหาร เพื่อนพึ่ง(ภาฯ)ยามยาก เล่ม 2 ค่ะ
              “ในการจัดทำตำรับอาหารเล่มนี้ ได้รับพระกรุณาธิคุณจากพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชาธินัดดามาตุ ทรงพระกรุณาประทานตำรับอาหารที่ทรง   สูตรส่วนพระองค์มา ในฐานะกองเชียร์ก็ขอบอกกล่าวกันว่าอร่อยมาก แต่ที่สำคัญกว่านั้นคือการทำครัวกับแม่ก็สนุกดี ”
             บทนำที่พระเจ้าหลานเธอพระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา ประทานไว้ในตำรับอาหารเล่มนี้ ชวนให้ผู้อ่านสนใจค่ะ
          ไส้กรอกเห็ดหมูบด และห่อหมกเห็ดฟาง คือตำรับอาหารประทานค่ะ  ทรงแสดงวิธีทำชัดเจนทุกขั้นตอน จนผู้อ่านนำไปทำตามได้
          สูตรอาหารส่วนใหญ่ในตำรับอาหารเพื่อนพึ่ง(ภาฯ)ยามยากนี้ ปรุงจากวัตถุดิบที่ได้จากโครงการฟื้นฟูผู้ประสบภัย ตามแนวทางพระราชดำริเศรษฐกิจพอเพียง ของมูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง(ภาฯ)ยามยาก สภากาชาดไทย  ซึ่งเสนอแนะแนวทางการปลูกพืชสวนครัวในพื้นที่จำกัด แนะนำการเพาะเลี้ยงเห็ด เลี้ยงสัตว์น้ำเพื่อการบริโภคและลดรายจ่ายของชุมชน
          คำอธิบายในตำรับอาหารนี้ค่อนข้างละเอียด เช่น การทำห่อหมกเห็ดฟาง ทรงให้เตรียมอ่างดินล้างให้สะอาด แช่น้ำไว้ 1 คืน ก่อนนำมาเช็ดให้แห้ง
          คั้นกะทิ มะพร้าวคั้นหัวข้นๆสำหรับหยอดหน้า 3 ถ้วย และหางกะทิ 6 ถ้วย สำหรับกวนเครื่องแกงและเห็ดฟาง  กะทิสำหรับหยอดหน้าให้เติมข้าวคั่วป่นละเอียดลงไป เพื่อให้หัวกะทิข้นและเกาะตัวเวลาหยอด ทรงอธิบายแม้แต่วิธีทำกระทงใบตอง
          ในเบื้องต้นทรงตั้งพระทัยจะพิมพ์แจกให้กับผู้ประสบอุทกภัยที่ทรงเยี่ยมและเพื่อฟื้นฟูอาชีพในทุกภูมิภาคของประเทศ แต่มูลนิธิฯขอประทานอนุญาตจัดพิมพ์จำหน่ายให้ผู้สนใจทั่วไป จะได้มีโอกาสอ่านและนำไปทำอาชีพเสริม 

          ตำรับอาหารนี้ จึงเป็นทั้งคู่มือทำกิน [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><img class="alignleft size-full wp-image-14" title="11" src="http://katt1963.thainetidol.com/wp-content/uploads/2009/04/11.jpg" alt="11 ตำรับอาหาร เพื่อนพึ่ง(ภาฯ)ยามยาก เล่ม 2" width="94" height="134" />           อ่านได้อ่านดี ขอเชิญคุณผู้ชมเพลินกับตำรับอาหาร เพื่อนพึ่ง(ภาฯ)ยามยาก เล่ม 2 ค่ะ<br />
              “ในการจัดทำตำรับอาหารเล่มนี้ ได้รับพระกรุณาธิคุณจากพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชาธินัดดามาตุ ทรงพระกรุณาประทานตำรับอาหารที่ทรง   สูตรส่วนพระองค์มา ในฐานะกองเชียร์ก็ขอบอกกล่าวกันว่าอร่อยมาก แต่ที่สำคัญกว่านั้นคือการทำครัวกับแม่ก็สนุกดี ”<br />
<img class="alignright size-full wp-image-15" title="22" src="http://katt1963.thainetidol.com/wp-content/uploads/2009/04/22.jpg" alt="22 ตำรับอาหาร เพื่อนพึ่ง(ภาฯ)ยามยาก เล่ม 2" width="146" height="111" />             บทนำที่พระเจ้าหลานเธอพระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา ประทานไว้ในตำรับอาหารเล่มนี้ ชวนให้ผู้อ่านสนใจค่ะ<br />
          ไส้กรอกเห็ดหมูบด และห่อหมกเห็ดฟาง คือตำรับอาหารประทานค่ะ  ทรงแสดงวิธีทำชัดเจนทุกขั้นตอน จนผู้อ่านนำไปทำตามได้<br />
          สูตรอาหารส่วนใหญ่ในตำรับอาหารเพื่อนพึ่ง(ภาฯ)ยามยากนี้ ปรุงจากวัตถุดิบที่ได้จากโครงการฟื้นฟูผู้ประสบภัย ตามแนวทางพระราชดำริเศรษฐกิจพอเพียง ของมูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง(ภาฯ)ยามยาก สภากาชาดไทย  ซึ่งเสนอแนะแนวทางการปลูกพืชสวนครัวในพื้นที่จำกัด แนะนำการเพาะเลี้ยงเห็ด เลี้ยงสัตว์น้ำเพื่อการบริโภคและลดรายจ่ายของชุมชน</p>
<p><span id="more-7"></span>          คำอธิบายในตำรับอาหารนี้ค่อนข้างละเอียด เช่น การทำห่อหมกเห็ดฟาง ทรงให้เตรียมอ่างดินล้างให้สะอาด แช่น้ำไว้ 1 คืน ก่อนนำมาเช็ดให้แห้ง</p>
<p>          คั้นกะทิ มะพร้าวคั้นหัวข้นๆสำหรับหยอดหน้า 3 ถ้วย และหางกะทิ 6 ถ้วย สำหรับกวนเครื่องแกงและเห็ดฟาง  กะทิสำหรับหยอดหน้าให้เติมข้าวคั่วป่นละเอียดลงไป เพื่อให้หัวกะทิข้นและเกาะตัวเวลาหยอด ทรงอธิบายแม้แต่วิธีทำกระทงใบตอง</p>
<p>          ในเบื้องต้นทรงตั้งพระทัยจะพิมพ์แจกให้กับผู้ประสบอุทกภัยที่ทรงเยี่ยมและเพื่อฟื้นฟูอาชีพในทุกภูมิภาคของประเทศ แต่มูลนิธิฯขอประทานอนุญาตจัดพิมพ์จำหน่ายให้ผู้สนใจทั่วไป จะได้มีโอกาสอ่านและนำไปทำอาชีพเสริม </p>
<p style="text-align: center;"><img class="aligncenter size-full wp-image-16" title="33" src="http://katt1963.thainetidol.com/wp-content/uploads/2009/04/33.jpg" alt="33 ตำรับอาหาร เพื่อนพึ่ง(ภาฯ)ยามยาก เล่ม 2" width="150" height="114" /></p>
<p>          ตำรับอาหารนี้ จึงเป็นทั้งคู่มือทำกิน และเป็นการขยายผล ใช้หนังสือเป็นสื่อให้เกิดประโยชน์กว้างขวางค่ะ</p>
<p>          ยังมีสูตรอาหารผักและเห็ดจากมล.ศิริเฉลิม สวัสดิวัฒน์ หรือคุณหมึกแดงมาชวนเก็บเห็ดและผักใกล้ตัวมาทำอาหารได้อย่างง่ายๆ  อาทิ เห็ดผัดพริกตำยอดมะพร้าว ข้าวอบเห็ดฟาง น้ำพริกเห็ดฟาง  ผัดกระเจี๊ยบกับหมู  หลนเห็ด  เห็ดฟางเจี๋ยนน้ำมันหอย  ลาบเห็ดฟาง ไข่เจียวเห็ดฟาง</p>
<p>          ด้วยพระปณิธานที่จะให้ตำรับอาหารเพื่อนพึ่ง(ภาฯ)ยามยาก เป็นกำลังใจจากกลุ่มคนที่ช่วยเหลือกัน ทั้งในยามมีและยามยาก </p>
<p>          อ่านได้อ่านดี ฝากกำลังใจนี้ให้เป็นประโยชน์ในครัวเรือนค่ะ</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://katt1963.thainetidol.com/2009/04/%e0%b8%95%e0%b8%b3%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%a3-%e0%b9%80%e0%b8%9e%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%9e%e0%b8%b6%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b8%a0%e0%b8%b2/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>อ่านได้อ่านดี เมืองเล็กที่เปลี่ยนโลก</title>
		<link>http://katt1963.thainetidol.com/2009/04/%e0%b9%80%e0%b8%a1%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b9%87%e0%b8%81%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b8%a5%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%a2%e0%b8%99%e0%b9%82%e0%b8%a5%e0%b8%81/</link>
		<comments>http://katt1963.thainetidol.com/2009/04/%e0%b9%80%e0%b8%a1%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b9%87%e0%b8%81%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b8%a5%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%a2%e0%b8%99%e0%b9%82%e0%b8%a5%e0%b8%81/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 13 Apr 2009 15:52:00 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[หนังสือ]]></category>
		<category><![CDATA[ท่องเที่ยว]]></category>
		<category><![CDATA[น่าอ่าน]]></category>
		<category><![CDATA[อ่านได้อ่านดี]]></category>
		<category><![CDATA[เมืองเล็กที่เปลี่ยนโลก]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://katt1963.thainetidol.com/?p=6</guid>
		<description><![CDATA[           หนังสือเล่มเล็กเท่าฝ่ามือ ชื่อว่า เมืองเล็กที่เปลี่ยนโลก เป็นเรื่องของนักเดินสวนทาง ที่เล่าเรื่องสถานที่ต่างๆ ซึ่งไม่ใช่แหล่งท่องเที่ยวแต่มีความน่าสนใจแทรกอยู่ในหลายมุมของโลก               
            “ แม้มิได้มีชื่อเสียง ในความหมายของการท่องเที่ยวทั่วไป บ้านเล็กเมืองน้อยที่แยกตัวกันอยู่โดดเดี่ยวเหล่านี้ กลับมีเสน่ห์ด้วยเรื่องราว ย้อนกลับไปได้ยาวไกล ”  
             เมืองเหล่านั้นก็เช่น ออร์วิเอโด มหานครเนิบช้า ในอิตาลี    มาราธอน ต้นตำนานการสื่อสาร ที่กรีซ     โอเบินดอฟ หมู่บ้านประวัติศาสตร์ในออสเตรีย ต้นทางของเสียงเพลงคริสต์มาส      ลา ราบิดา บ้านของโคลัมบัสในสเปน   ไอออนบริดจ์ ต้นกำเนิดสะพานเหล็กในอังกฤษ  หรือเมืองแห่งสะพานเหล็ก ต้นกำเนิดอุตสาหกรรม  ก็มีตำนานเล่าโยงมาได้ถึงเมืองไทย    และวิจแลนด์ สวนแห่งงานประติมากรรม ในออสโลว์ นอร์เวย์
                เมืองเล็กๆเหล่านี้ เปลี่ยนโลกได้อย่างไร  เราคงต้องไปละเลียดอ่านและเสพศิลปะการพิมพ์ ในหนังสือที่นักเดินสวนทางผู้เป็นเจ้าของประสบการณ์ มาเล่าให้ฟังอย่างมีชั้นเชิง ช่างคิด
 เมืองเล็กที่เปลี่ยนโลก หนังสือที่ไม่มีสารบัญ ไม่มีเลขหน้าประกอบขึ้นด้วยการจัดเรียงอักษรบนกระดาษหลากสี บ้างตัวเล็ก บ้างตัวโต  ทำให้ผู้อ่านรู้สึกประหนึ่งกำลังฟังเรื่องเล่าพูดคุย ที่สลับการกระซิบและตะโกนเบาบ้าง ดังบ้าง ตามจังหวะทำนองของเรื่องราว  ทำให้หนังสือเล่มนี้มีเอกลักษณ์สะดุดใจ 
เมืองเล็กที่เปลี่ยนโลก หนังสือที่เก๋ด้วยมุมคิด ชวนเพลินด้วยเรื่องเล่าของนักเดินสวนทาง  หนังสือที่อ่านแล้วได้แนวคิดดีๆ ค่ะ
]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><img class="alignleft size-full wp-image-17" title="111" src="http://katt1963.thainetidol.com/wp-content/uploads/2009/04/111.jpg" alt="111 อ่านได้อ่านดี เมืองเล็กที่เปลี่ยนโลก" width="125" height="149" />           หนังสือเล่มเล็กเท่าฝ่ามือ ชื่อว่า เมืองเล็กที่เปลี่ยนโลก เป็นเรื่องของนักเดินสวนทาง ที่เล่าเรื่องสถานที่ต่างๆ ซึ่งไม่ใช่แหล่งท่องเที่ยวแต่มีความน่าสนใจแทรกอยู่ในหลายมุมของโลก               </p>
<p>            “ แม้มิได้มีชื่อเสียง ในความหมายของการท่องเที่ยวทั่วไป บ้านเล็กเมืองน้อยที่แยกตัวกันอยู่โดดเดี่ยวเหล่านี้ กลับมีเสน่ห์ด้วยเรื่องราว ย้อนกลับไปได้ยาวไกล ”  </p>
<p>             เมืองเหล่านั้นก็เช่น ออร์วิเอโด มหานครเนิบช้า ในอิตาลี    มาราธอน ต้นตำนานการสื่อสาร ที่กรีซ     โอเบินดอฟ หมู่บ้านประวัติศาสตร์ในออสเตรีย ต้นทางของเสียงเพลงคริสต์มาส      ลา ราบิดา บ้านของโคลัมบัสในสเปน   ไอออนบริดจ์ ต้นกำเนิดสะพานเหล็กในอังกฤษ  หรือเมืองแห่งสะพานเหล็ก ต้นกำเนิดอุตสาหกรรม  ก็มีตำนานเล่าโยงมาได้ถึงเมืองไทย    และวิจแลนด์ สวนแห่งงานประติมากรรม ในออสโลว์ นอร์เวย์</p>
<p>                เมืองเล็กๆเหล่านี้ เปลี่ยนโลกได้อย่างไร  เราคงต้องไปละเลียดอ่านและเสพศิลปะการพิมพ์ ในหนังสือที่นักเดินสวนทางผู้เป็นเจ้าของประสบการณ์ มาเล่าให้ฟังอย่างมีชั้นเชิง ช่างคิด</p>
<p><span id="more-6"></span> เมืองเล็กที่เปลี่ยนโลก หนังสือที่ไม่มีสารบัญ ไม่มีเลขหน้าประกอบขึ้นด้วยการจัดเรียงอักษรบนกระดาษหลากสี บ้างตัวเล็ก บ้างตัวโต  ทำให้ผู้อ่านรู้สึกประหนึ่งกำลังฟังเรื่องเล่าพูดคุย ที่สลับการกระซิบและตะโกนเบาบ้าง ดังบ้าง ตามจังหวะทำนองของเรื่องราว  ทำให้หนังสือเล่มนี้มีเอกลักษณ์สะดุดใจ </p>
<p>เมืองเล็กที่เปลี่ยนโลก หนังสือที่เก๋ด้วยมุมคิด ชวนเพลินด้วยเรื่องเล่าของนักเดินสวนทาง  หนังสือที่อ่านแล้วได้แนวคิดดีๆ ค่ะ</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://katt1963.thainetidol.com/2009/04/%e0%b9%80%e0%b8%a1%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b9%87%e0%b8%81%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b8%a5%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%a2%e0%b8%99%e0%b9%82%e0%b8%a5%e0%b8%81/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>1</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>bear wish project</title>
		<link>http://katt1963.thainetidol.com/2009/04/bear-wish-project/</link>
		<comments>http://katt1963.thainetidol.com/2009/04/bear-wish-project/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 13 Apr 2009 15:49:04 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[หนังสือ]]></category>
		<category><![CDATA[bear]]></category>
		<category><![CDATA[project]]></category>
		<category><![CDATA[wish]]></category>
		<category><![CDATA[น่าอ่าน]]></category>
		<category><![CDATA[อ่านได้อ่านดี]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://katt1963.thainetidol.com/?p=5</guid>
		<description><![CDATA[ตุ๊กตาหมี คือสัญลักษณ์ของวัยเยาว์ 
          แต่เมื่อมันถูกพกพาหอบหิ้วไปไหนๆด้วย ทั่วประเทศ แถมเจ้าของหมี ยังบันทึกเรื่องราวการเดินทางกับหมีออกมาเป็นหนังสือ มันก็กลายเป็นความสนุกสนานในโลกความคิด กลายเป็น The Bear Wish Project ที่เขียนโดย เดป นนทเขตคาม ที่ใครๆคุ้นๆว่านี่แหละนามปากาของคุณโหน่ง วงศ์ทนง ชัยณรงค์สิงห์ แห่ง อะ เดย์

          The Bear Wish Project คือเรื่องเล่าการเดินทางอันไม่ปกติธรรมดา ของหมีขี้บ่นจอมปรัชญา กับหนุ่มนักโฆษณาที่กำลังหน่ายโลก คนกับหมีรู้จักกันในผับ แล้วก็ร่วมทางร่วมถกกันไปเรื่อยๆ เป็นอุบายการเล่าเรื่องที่น่าสนใจ กึ่งจริงกึ่งฝัน แต่ก็พาคนอ่านเพลินจนอยากจะมีเพื่อนเป็นหมีบ้าง แต่ไม่ใช่ทุกคนจะทำได้

 
          &#8220;เขาว่าคนอ่านหนังสือเล่มเดียวกันคบกันได้ เออ! ผมกำลังจะไปเชียงใหม่อาทิตย์หน้า นั่งรถไฟไป สนใจไหม&#8221; คำชวนแบบจู่โจมของแบร์วิช ทำเอาผมต้องนึกคำนวณอย่างเร่งด่วนในใจ ..
นี่คือหน้าแรกๆของเล่ม ที่การเดินทางเริ่มต้นค่ะ          เดปป์ นนทเขตคาม เล่าขำๆว่า  &#8220;คนมองผมตลอดทุกที่ ที่เวลาผมเอาแบร์วิชขึ้นรถลงรถ ไปไหนๆด้วยกัน ผมเคยพาไปสุพรรณ ไปอยู่สองเดือน มีความสุข ..&#8221;
จากนั้นบางทีเจ้าหมีแบร์วิชก็ไปนั่งจามฮัดเช่ย แล้วลงเล่นน้ำทะเลที่ระยอง [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>ตุ๊กตาหมี คือสัญลักษณ์ของวัยเยาว์ <img class="alignright size-thumbnail wp-image-48" title="e0b89be0b881e0b8abe0b899e0b989e0b8b21" src="http://katt1963.files.wordpress.com/2009/03/e0b89be0b881e0b8abe0b899e0b989e0b8b21.jpg?w=93&amp;h=150" alt=" bear wish project" width="93" height="150" /></p>
<p>          แต่เมื่อมันถูกพกพาหอบหิ้วไปไหนๆด้วย ทั่วประเทศ แถมเจ้าของหมี ยังบันทึกเรื่องราวการเดินทางกับหมีออกมาเป็นหนังสือ มันก็กลายเป็นความสนุกสนานในโลกความคิด กลายเป็น The Bear Wish Project ที่เขียนโดย เดป นนทเขตคาม ที่ใครๆคุ้นๆว่านี่แหละนามปากาของคุณโหน่ง วงศ์ทนง ชัยณรงค์สิงห์ แห่ง อะ เดย์</p>
<p><img class="aligncenter size-thumbnail wp-image-49" title="e0b881e0b8b1e0b89ae0b89ce0b8b9e0b989e0b980e0b882e0b8b5e0b8a2e0b899" src="http://katt1963.files.wordpress.com/2009/03/e0b881e0b8b1e0b89ae0b89ce0b8b9e0b989e0b980e0b882e0b8b5e0b8a2e0b899.jpg?w=150&amp;h=117" alt=" bear wish project" width="150" height="117" /><br />
          The Bear Wish Project คือเรื่องเล่าการเดินทางอันไม่ปกติธรรมดา ของหมีขี้บ่นจอมปรัชญา กับหนุ่มนักโฆษณาที่กำลังหน่ายโลก คนกับหมีรู้จักกันในผับ แล้วก็ร่วมทางร่วมถกกันไปเรื่อยๆ เป็นอุบายการเล่าเรื่องที่น่าสนใจ กึ่งจริงกึ่งฝัน แต่ก็พาคนอ่านเพลินจนอยากจะมีเพื่อนเป็นหมีบ้าง แต่ไม่ใช่ทุกคนจะทำได้</p>
<p><span id="more-5"></span></p>
<p> <img class="alignnone size-thumbnail wp-image-50" title="e0b983e0b899e0b897e0b8b0e0b980e0b8a5" src="http://katt1963.files.wordpress.com/2009/03/e0b983e0b899e0b897e0b8b0e0b980e0b8a5.jpg?w=150&amp;h=119" alt=" bear wish project" width="150" height="119" /></p>
<p>          &#8220;เขาว่าคนอ่านหนังสือเล่มเดียวกันคบกันได้ เออ! ผมกำลังจะไปเชียงใหม่อาทิตย์หน้า นั่งรถไฟไป สนใจไหม&#8221; คำชวนแบบจู่โจมของแบร์วิช ทำเอาผมต้องนึกคำนวณอย่างเร่งด่วนในใจ ..<br />
นี่คือหน้าแรกๆของเล่ม ที่การเดินทางเริ่มต้นค่ะ<img class="aligncenter size-thumbnail wp-image-51" title="e0b8aae0b8b2e0b8a1e0b8a5e0b989e0b8ad" src="http://katt1963.files.wordpress.com/2009/03/e0b8aae0b8b2e0b8a1e0b8a5e0b989e0b8ad.jpg?w=150&amp;h=119" alt=" bear wish project" width="150" height="119" />          เดปป์ นนทเขตคาม เล่าขำๆว่า  &#8220;คนมองผมตลอดทุกที่ ที่เวลาผมเอาแบร์วิชขึ้นรถลงรถ ไปไหนๆด้วยกัน ผมเคยพาไปสุพรรณ ไปอยู่สองเดือน มีความสุข ..&#8221;<br />
จากนั้นบางทีเจ้าหมีแบร์วิชก็ไปนั่งจามฮัดเช่ย แล้วลงเล่นน้ำทะเลที่ระยอง ไปขี่รถเครื่องอยู่ปัตตานี แล้วไปแวะทักรุ่นพี่ชื่อ ศุ บุญเลี้ยง ที่เชียงใหม่<br />
ทุกการเดินทางยืนยันได้ด้วยภาพประกอบตลอดบันทึก แบร์วิชบอกว่า &#8221;ชีวิตมันมีไว้ให้เราใช้ ไม่ใช่ให้มันมาใช้เรา&#8221;<img class="alignleft size-thumbnail wp-image-54" title="e0b980e0b89ae0b8b5e0b8a2e0b8a3e0b98ce0b8aae0b894" src="http://katt1963.files.wordpress.com/2009/03/e0b980e0b89ae0b8b5e0b8a2e0b8a3e0b98ce0b8aae0b894.jpg?w=150&amp;h=121" alt=" bear wish project" width="150" height="121" /><br />
          &#8220;คนจำนวนมาก หยิบความสนุกทิ้งไปจากชีวิตเมื่อเขาเติบโตเป็นผู้ใหญ่ เพราะคิดว่ามันเป็นเรื่องของเด็กๆเท่านั้น ..คนเรา น่าจะได้ทดลองใช้ชีวิตแบบอื่นๆบ้าง&#8221; คิดได้ตรงกันทั้งคนทั้งหมี บันทึกการเดินทางเล่มนี้จึงพาเราออกนอกกรอบอย่างมีความสุข<br />
          &#8220;จะว่าเป็นสุขนิยมก็ได้ครับ ..&#8221; เดปว่างั้น<br />
          เจ็ดเดือนที่หยุดทำงาน ออกเที่ยวกับหมีแบร์วิช วงศ์ทนง ชัยณรงค์สิงห์ สวมบท เดปป์ นนทเขตคาม สร้างงานเขียนมีเอกลักษณ์ ที่แม้ผ่านมา 5 ปีแล้วก็ยังแนวอยู่<br />
หากอยากพักผ่อน หาความสุขให้ชีวิต The Bear Wish Project เป็นหนังสืออีกเล่มที่ อ่านได้อ่านดี ค่ะ</p>
<p>                                                                                                                          <img class="size-thumbnail wp-image-56 alignnone" title="e0b89be0b881e0b8abe0b8a5e0b8b1e0b8871" src="http://katt1963.files.wordpress.com/2009/03/e0b89be0b881e0b8abe0b8a5e0b8b1e0b8871.jpg?w=92&amp;h=150" alt=" bear wish project" width="92" height="150" /></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://katt1963.thainetidol.com/2009/04/bear-wish-project/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>อ่านได้อ่านดี ดอน กีโฆเต้</title>
		<link>http://katt1963.thainetidol.com/2009/04/%e0%b8%ad%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b9%84%e0%b8%94%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%94%e0%b8%b5-%e0%b8%94%e0%b8%ad%e0%b8%99-%e0%b8%81%e0%b8%b5%e0%b9%82%e0%b8%86%e0%b9%80%e0%b8%95/</link>
		<comments>http://katt1963.thainetidol.com/2009/04/%e0%b8%ad%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b9%84%e0%b8%94%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%94%e0%b8%b5-%e0%b8%94%e0%b8%ad%e0%b8%99-%e0%b8%81%e0%b8%b5%e0%b9%82%e0%b8%86%e0%b9%80%e0%b8%95/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 13 Apr 2009 14:50:41 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[หนังสือ]]></category>
		<category><![CDATA[ดอน กีโฆเต้]]></category>
		<category><![CDATA[อ่านได้อ่านดี]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://katt1963.thainetidol.com/?p=4</guid>
		<description><![CDATA[          ดอน กีโฆเต้ เขียนโดยมิแกล เด แซร์บันเตส ชาวสเปนเมื่อปี 1605 เล่าเรื่องชายผู้หนึ่งที่คิดว่าตนเองเป็นอัศวิน เดินทางไปทั่วกับคนรับใช้เพื่อปกป้องความยุติธรรม ช่วยเหลือคนดี ลงโทษคนเลว เขามองเห็นโรงเตี้ยมเป็นปราสาท เห็นสาวๆ ชาวนาเป็นเจ้าหญิง เห็นฝูงแกะเป็นกองทหาร เห็นกังหันลมเป็นยักษ์ใจร้ายที่กดขี่ผู้คน
          ตัวละครเพี้ยนๆแต่จริงใจ กลายเป็นที่รักของคนนับล้านทั่วโลก เพราะกลวิธีเล่าเรื่องที่ไม่เคยเก่า แม้ใช้ภาษาโบราณ
          พูดถึงตรงนี้ คุณมกุฏ อรฤดี บรรณาธิการอธิบายเพิ่ม ”เค้าว่าเพี้ยน แต่ที่จริงไม่ได้เพี้ยนหรอก เขาเห็นทุกอย่างเป็นศัตรูของประชาชนไปหมด เมื่อซักประมาณปีสองพัน ได้มีการให้นักเขียนประมาณร้อยคนเลือกหนังสือที่ดีที่สุดในโลก ปรากฏว่าหนังสือเล่มนี้ได้รับเลือกเป็นเอกฉันท์ เพราะฉะนั้น ยูเนสโก้ได้ประกาศให้เป็นนิยายที่ดีที่สุดในโลก สี่ร้อยกว่าปีแล้ว อ่านไปก็ยังทันสมัยอยู่ ใช้กลวิธีการเขียนทุกแบบ รวมไว้หมด&#8221;
          มิใช่เพียงตัวอักษรเท่านั้นที่ดอนกีโฆเต้จะพาผู้อ่านแล่นไปกับเรื่องราว ภาพประกอบที่พิถีพิถันก็ดึงดูดสายตา เพราะเป็นภาพพิมพ์โลหะ ที่เก็บรายละเอียดอย่างชัดเจน
          คุณมกุฏเล่าว่า ” สเปนได้ชื่อว่าพิมพ์หนังสือเก่งที่สุด ในเรื่องมีหุบเขา มีน้ำ บรรยายเสียงน้ำไหล รูปที่ออกมาก็ยอดเยี่ยมหมด ละเอียดหมด เมื่อเราทำหนังสือ นึกไม่ออกว่าจะใช้รูปประกอบที่ไหน ปรากฏว่านักเลงหนังสือยอมรับว่ารูป set นี้ดีที่สุด”
          ..เราใช้เวลาดูแลต้นฉบับหลังจากแปลแล้ว [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><img class="alignleft size-full wp-image-18" title="d1" src="http://katt1963.thainetidol.com/wp-content/uploads/2009/04/d1.jpg" alt="d1 อ่านได้อ่านดี ดอน กีโฆเต้" width="104" height="149" />          ดอน กีโฆเต้ เขียนโดยมิแกล เด แซร์บันเตส ชาวสเปนเมื่อปี 1605 เล่าเรื่องชายผู้หนึ่งที่คิดว่าตนเองเป็นอัศวิน เดินทางไปทั่วกับคนรับใช้เพื่อปกป้องความยุติธรรม ช่วยเหลือคนดี ลงโทษคนเลว เขามองเห็นโรงเตี้ยมเป็นปราสาท เห็นสาวๆ ชาวนาเป็นเจ้าหญิง เห็นฝูงแกะเป็นกองทหาร เห็นกังหันลมเป็นยักษ์ใจร้ายที่กดขี่ผู้คน</p>
<p>          ตัวละครเพี้ยนๆแต่จริงใจ กลายเป็นที่รักของคนนับล้านทั่วโลก เพราะกลวิธีเล่าเรื่องที่ไม่เคยเก่า แม้ใช้ภาษาโบราณ</p>
<p><img class="alignright size-full wp-image-19" title="d2" src="http://katt1963.thainetidol.com/wp-content/uploads/2009/04/d2.jpg" alt="d2 อ่านได้อ่านดี ดอน กีโฆเต้" width="150" height="106" />          พูดถึงตรงนี้ คุณมกุฏ อรฤดี บรรณาธิการอธิบายเพิ่ม ”เค้าว่าเพี้ยน แต่ที่จริงไม่ได้เพี้ยนหรอก เขาเห็นทุกอย่างเป็นศัตรูของประชาชนไปหมด เมื่อซักประมาณปีสองพัน ได้มีการให้นักเขียนประมาณร้อยคนเลือกหนังสือที่ดีที่สุดในโลก ปรากฏว่าหนังสือเล่มนี้ได้รับเลือกเป็นเอกฉันท์ เพราะฉะนั้น ยูเนสโก้ได้ประกาศให้เป็นนิยายที่ดีที่สุดในโลก สี่ร้อยกว่าปีแล้ว อ่านไปก็ยังทันสมัยอยู่ ใช้กลวิธีการเขียนทุกแบบ รวมไว้หมด&#8221;</p>
<p><span id="more-4"></span>          มิใช่เพียงตัวอักษรเท่านั้นที่ดอนกีโฆเต้จะพาผู้อ่านแล่นไปกับเรื่องราว ภาพประกอบที่พิถีพิถันก็ดึงดูดสายตา เพราะเป็นภาพพิมพ์โลหะ ที่เก็บรายละเอียดอย่างชัดเจน</p>
<p>          คุณมกุฏเล่าว่า ” สเปนได้ชื่อว่าพิมพ์หนังสือเก่งที่สุด ในเรื่องมีหุบเขา มีน้ำ บรรยายเสียงน้ำไหล รูปที่ออกมาก็ยอดเยี่ยมหมด ละเอียดหมด เมื่อเราทำหนังสือ นึกไม่ออกว่าจะใช้รูปประกอบที่ไหน ปรากฏว่านักเลงหนังสือยอมรับว่ารูป set นี้ดีที่สุด”</p>
<p>          ..เราใช้เวลาดูแลต้นฉบับหลังจากแปลแล้ว ปีเศษเกือบๆสองปี ใช้บรรณาธิการหลักสองคน ผมอ่านสิบหกรอบ บางบทต้องอ่านถึงร้อยรอบ เพื่อให้มั่นใจไม่พลาด .. บรรณาธิการกล่าวยืนยันความน่าสนใจของหนังสือฉบับแปลนี้อย่างภาคภูมิ</p>
<p>          <img class="alignright size-full wp-image-20" title="d3" src="http://katt1963.thainetidol.com/wp-content/uploads/2009/04/d3.jpg" alt="d3 อ่านได้อ่านดี ดอน กีโฆเต้" width="150" height="105" />นอกจากหนังสือที่พิมพ์เป็นล้านๆเล่ม แปลเป็นสิบๆภาษา ดอนกีโฆเต้และซานโช่กับเจ้าลาคู่ใจ ยังกลายเป็นสินค้าที่ระลึก เหรียญกษาปน์ และสัญลักษณ์แห่งงานเขียนเชิงปรัชญาที่แพร่ไปทั่วโลก เป็นนิยายที่ให้ทั้งสาระและบันเทิงครบรส </p>
<p>          ดอน กีโฆเต้ ขุนนางต่ำศักดิ์นักฝัน นิยายหกร้อยกว่าหน้า อายุสี่ร้อยกว่าปี จึงเป็นหนังสือที่อ่านได้อ่านดีขอแนะนำอีกเล่มหนึ่งค่ะ</p>
<p>          ในชั่วชีวิตหนึ่ง หากสวรรค์อนุญาตให้อ่านหนังสือได้เล่มเดียว จงอ่านเล่มนี้เถิด</p>
<p>          โปรดใช้เวลาพิสูจน์สรรพศาสตร์อันบันเทิงเริงใจ ในหนังสืออันเก่าแก่เล่มนี้ด้วยตนเองค่ะ <img class="alignright size-full wp-image-21" title="d4" src="http://katt1963.thainetidol.com/wp-content/uploads/2009/04/d4.jpg" alt="d4 อ่านได้อ่านดี ดอน กีโฆเต้" width="96" height="149" /></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://katt1963.thainetidol.com/2009/04/%e0%b8%ad%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b9%84%e0%b8%94%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%94%e0%b8%b5-%e0%b8%94%e0%b8%ad%e0%b8%99-%e0%b8%81%e0%b8%b5%e0%b9%82%e0%b8%86%e0%b9%80%e0%b8%95/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ประติภาณแห่งมองสิเออร์ปัวโรต์</title>
		<link>http://katt1963.thainetidol.com/2009/04/%e0%b8%aa%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%aa%e0%b8%94%e0%b8%b5%e0%b8%8a%e0%b8%b2%e0%b8%a7%e0%b9%82%e0%b8%a5%e0%b8%81/</link>
		<comments>http://katt1963.thainetidol.com/2009/04/%e0%b8%aa%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%aa%e0%b8%94%e0%b8%b5%e0%b8%8a%e0%b8%b2%e0%b8%a7%e0%b9%82%e0%b8%a5%e0%b8%81/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 13 Apr 2009 13:48:22 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[หนังสือ]]></category>
		<category><![CDATA[น่าอ่าน]]></category>
		<category><![CDATA[พระราชนิพนธ์แปล]]></category>
		<category><![CDATA[มองสิเออร์ปัวโรต์]]></category>
		<category><![CDATA[รัชกาลที่6]]></category>
		<category><![CDATA[รามจิตติ]]></category>
		<category><![CDATA[อ่านได้อ่านดี]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://katt1963.thainetidol.com/?p=1</guid>
		<description><![CDATA[          แอร์กูล ปัวโรต์ นักสืบเอกชนสัญชาติเบลเยี่ยม มีกำเนิดจากปลายปากกาของอกาธา คริสตี้ เมื่อปี 2466
ความสนุกสนานของปัวโรต์เป็นที่ประจักษ์ในหมู่นักอ่านมาแล้วกว่า 80 ปี เคยมีการแปลไปมากกว่า 100 ภาษา
คุณทราบมั้ยคะ ว่าแปลเป็นไทยครั้งแรกเมื่อไหร่
          “ประติภาณแห่งมองสิเออร์ปัวโรต์” คือพระราชนิพนธ์แปล ที่พระบาทสมเด็จพระพระมงกุฏเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 ทรงแปลไว้ตั้งแต่ปี 2467
          ทรงเป็นคนไทยพระองค์แรกที่ทรงพระราชนิพนธ์แปลผลงานของอกาธา คริสตี้เป็นภาษาไทย ด้วยทรงมีสายพระเนตรแหลมคม ที่ทรงพยากรณ์ได้แม่นยำว่านักสืบปัวโรต์ จะได้รับความนิยม .. ดังที่ทรงโฆษณาไว้ในวารสาร ดุสิตสมิต ปรากฏในคำนำว่า..
          &#8220;เมื่อเราบอกท่านแต่เพียงเท่านี้ ก็น่าจะทำให้ท่านออกติงอยู่บ้างแล้ว, แต่เรายังขอบอกให้ทราบอีกด้วยว่า เรื่องใหม่นี้เป็นเรื่องนักสืบอย่างเด็ดเดี่ยว ไม่แพ้เชอร์ล็อก โฮล์มสฺ ผู้มีชิ่อเสียงนั้นเลย&#8221;
คุณรัตนชัย เหลืองวงศ์งาม บรรณาธิการให้ข้อมูลว่า &#8221;ทรงแปลตั้งแต่ยังพิมพ์ลงเป็นรายสัปดาห์ แปลจากนิตยสารเลย มาพิมพ์ลงในวารสารรายสัปดาห์ดุสิตสมิต ที่ทรงเป็นบรรณาธิการ&#8221;
นั่นหมายความว่า คนไทย เป็นชาติแรกๆ ที่ได้สัมผัสรสนิยายรหัสคดี หรือเรื่องสืบสวนสอบสวนของอกาธา คริสตี้ ผ่านนามปากกา รามจิตติ ที่ทรงใช้เพื่องานนิยายประเภทนี้โดยเฉพาะ
ทรงประเดิมด้วยเรื่อง คดีงานระบำฉลองชัย จากนั้นก็ตามมาอีกรวม 11 เรื่อง
          แค่ชื่อเรื่องที่มาจากคำแปลเดิมของรามจิตติ [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><img class="alignleft size-full wp-image-22" title="a1" src="http://katt1963.thainetidol.com/wp-content/uploads/2009/04/a1.jpg" alt="a1 ประติภาณแห่งมองสิเออร์ปัวโรต์" width="150" height="112" />          แอร์กูล ปัวโรต์ นักสืบเอกชนสัญชาติเบลเยี่ยม มีกำเนิดจากปลายปากกาของอกาธา คริสตี้ เมื่อปี 2466<br />
ความสนุกสนานของปัวโรต์เป็นที่ประจักษ์ในหมู่นักอ่านมาแล้วกว่า 80 ปี เคยมีการแปลไปมากกว่า 100 ภาษา<br />
คุณทราบมั้ยคะ ว่าแปลเป็นไทยครั้งแรกเมื่อไหร่<br />
          “ประติภาณแห่งมองสิเออร์ปัวโรต์” คือพระราชนิพนธ์แปล ที่พระบาทสมเด็จพระพระมงกุฏเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 ทรงแปลไว้ตั้งแต่ปี 2467<br />
          ทรงเป็นคนไทยพระองค์แรกที่ทรงพระราชนิพนธ์แปลผลงานของอกาธา คริสตี้เป็นภาษาไทย ด้วยทรงมีสายพระเนตรแหลมคม ที่ทรงพยากรณ์ได้แม่นยำว่านักสืบปัวโรต์ จะได้รับความนิยม .. ดังที่ทรงโฆษณาไว้ในวารสาร ดุสิตสมิต ปรากฏในคำนำว่า..</p>
<p><span id="more-1"></span>          &#8220;เมื่อเราบอกท่านแต่เพียงเท่านี้ ก็น่าจะทำให้ท่านออกติงอยู่บ้างแล้ว, แต่เรายังขอบอกให้ทราบอีกด้วยว่า เรื่องใหม่นี้เป็นเรื่องนักสืบอย่างเด็ดเดี่ยว ไม่แพ้เชอร์ล็อก โฮล์มสฺ ผู้มีชิ่อเสียงนั้นเลย&#8221;<br />
คุณรัตนชัย เหลืองวงศ์งาม บรรณาธิการให้ข้อมูลว่า &#8221;ทรงแปลตั้งแต่ยังพิมพ์ลงเป็นรายสัปดาห์ แปลจากนิตยสารเลย มาพิมพ์ลงในวารสารรายสัปดาห์ดุสิตสมิต ที่ทรงเป็นบรรณาธิการ&#8221;<br />
นั่นหมายความว่า คนไทย เป็นชาติแรกๆ ที่ได้สัมผัสรสนิยายรหัสคดี หรือเรื่องสืบสวนสอบสวนของอกาธา คริสตี้ ผ่านนามปากกา รามจิตติ ที่ทรงใช้เพื่องานนิยายประเภทนี้โดยเฉพาะ<br />
ทรงประเดิมด้วยเรื่อง คดีงานระบำฉลองชัย จากนั้นก็ตามมาอีกรวม 11 เรื่อง</p>
<p>          แค่ชื่อเรื่องที่มาจากคำแปลเดิมของรามจิตติ ก็ชวนให้อ่านนักหนาแล้ว ไม่ว่าจะ ไข่มุกหายอย่างแปลก ประพฤติการณ์ของพญาจิก อัครมหาเสนาบดีหาย คดีเรื่องห้องเช่าราคาถูก<br />
แต่ละเรื่องทั้งสนุก ทั้งชวนให้ศึกษา ทั้งในแง่ของที่มา-ต้นฉบับ และสำนวนภาษา</p>
<p>          &#8220;เป็นการแปลครั้งแรกของงานอกาธา คริสตี้ ที่สำคัญกว่านั้น คือผู้ที่ทรงแปล คือพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว&#8221; บรรณาธิการเล่า<br />
ปัวโรต์ผู้ชอบใช้เซลล์สมองสีเทาสืบด้วยปฏิภาณล้ำลึก การที่ทรงสนพระทัยในเรื่องสืบสวนลึกลับเช่นนี้ ทำให้โลกวรรณกรรมไทยมีสีสัน และมีพัฒนาการชั้นเชิงการเล่าเรื่องสนุกสนาน เป็นสากล ไม่แพ้ชาติใดในโลก<br />
ประติภาณของมองสิเออร์ปัวโรต์ พระราชนิพนธ์แปลในพระบาทสมเด็จพระมงกุฏเกล้าเจ้าอยู่หัว หนึ่งในวรรณกรรมแปลชิ้นประวัติศาสตร์ ที่เราจะได้เพลิดเพลินไปกับอักษรภาษา และตามสืบค้นไปด้วยจินตนาการ<br />
หนังสือที่อ่านได้อ่านดีมีคุณค่าต่อเซลล์สมองค่ะ<br />
 <br />
<img class="alignright size-full wp-image-23" title="a2" src="http://katt1963.thainetidol.com/wp-content/uploads/2009/04/a2.jpg" alt="a2 ประติภาณแห่งมองสิเออร์ปัวโรต์" width="111" height="99" />*** ขอน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ ที่ทรงคุณูปการต่อแวดวงอักษรสาร เกื้อประโยชน์ต่อพสกนิกร โดยน้อมอัญเชิญเรื่องราวพระราชนิพนธ์แปล มาประเดิมในหน้านี้..ควรมิควรแล้วแต่จะทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม.</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://katt1963.thainetidol.com/2009/04/%e0%b8%aa%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%aa%e0%b8%94%e0%b8%b5%e0%b8%8a%e0%b8%b2%e0%b8%a7%e0%b9%82%e0%b8%a5%e0%b8%81/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
	</channel>
</rss>
