ถ้ามีคนบอกคุณผู้ชมว่า ลูกหินลูกหนึ่ง มีมนต์วิเศษ
แค่กำแล้วอธิษฐานก็จะได้ดังฝัน .. จะเชื่อไหมคะ ?
เด็กหญิงดารา เขมรอพยพวัย 12 ปี เชื่อค่ะ และความเชื่อนี่แหละ
ที่พาเธอผ่านพ้นทุกข์สาหัสในช่วงสงครามเข่นฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ และทำให้
คนเขมรล้มตายนับล้านเมื่อกว่า 2 ทศวรรษก่อน
วรรณกรรมเยาวชนเรื่อง ลูกหินวิเศษ เขียนโดย มินฟงโฮ นักเขียนชาวสิงคโปร์
ที่เกิดและโตในประเทศไทย แต่ไปเรียนปริญญาที่มหาวิทยาลัยคอร์แนล ก่อนจะทนไม่ได้กับข่าวสงคราม
ต้องลาเรียนมาอาสาช่วยงานกาชาดที่ชายแดนไทย จนได้พบเด็กมากมายที่พลัดบ้าน พลัดครอบครัว
จึงเกิดเป็นงานเขียน ถ่ายทอดเรื่องราวของดารา เด็กน้อยที่ต้องลี้ภัยออกจากบ้านเกิด เธอพบเจอแต่ความ
ไม่สบายกายและใจจนแทบจะไม่รู้จักกับรอยยิ้ม และเสียงหัวเราะ
แต่เมื่อเธอได้พบกับเด็กหญิงจันทู ผู้มอบลูกหินให้พร้อมกำลังใจ ก็ทำให้คืนวันของดาราไม่หดหู่เกินไปนัก
อย่างน้อย วันที่มาถึงค่ายผู้อพยพ เธอก็ได้กินข้าวเป็นครั้งแรกในรอบสามปี
“ ฉันตักข้าวเต็มช้อนแล้วก็กิน นึกในใจว่าเป็นสิ่งวิเศษแท้ๆ ที่ได้กินข้าว .. เริ่มปล่อยให้กลิ่นข้าวลอยวนขึ้นช้าๆ ทั้งหวานทั้งหอมจนบอกไม่ถูก .. ลิ้นสัมผัสข้าวแต่ละเม็ด ทั้งแน่น ทั้งอุ่น .. แล้วจึงลิ้มรสความอร่อยที่ทั้งหวาน ทั้งนุ่ม ช่างผิดกันลิบกับข้าวแดงเมล็ดหยาบผสมกรวด ที่เราเคยได้ปันส่วนตลอดสามปีที่ผ่านมา ”
คุณมกุฏ อรฤดี บรรณาธิการผู้เล็งเห็นความงามในเรื่องเล่าและดูแลจนสำเร็จเป็นรูปเล่ม บอกว่าลูกหินวิเศษนี้ “ เป็นหนังสืออ่านนอกเวลาของเด็กอเมริกัน เขาสอนให้รู้เพราะไม่มีเรื่องใดที่เกิดในซีกโลกหนึ่ง แล้วจะไม่กระเทือนถึงอีกซีกโลกหนึ่ง ”
การเดินทางลี้ภัยจากบ้านของเด็กหญิงดารา มีจุดหมายอยู่ที่การได้กลับบ้านอีกครั้ง พร้อมกับพันธุ์ข้าวเพื่อชีวิตใหม่
มาเอาใจช่วยกลุ่มคนพลัดถิ่น ที่เติบโตทางความคิดในชั่วไม่นาน โดยไม่ถูกเพื่อนร่วมชาติสังหาร จะเป็นด้วยพลังแห่งลูกหินวิเศษ หรือหัวใจอันหาญกล้าก็ตาม อย่างน้อย ผู้อ่านก็จะได้รับความสุขและมุมมองความคิดดีๆ จากการอ่าน
ลูกหินวิเศษ โดย มินฟงโฮ นักเขียนสิงคโปร์ วรรณกรรมเยาวชน รางวัลซีไรท์ ปี 2539 แปลโดย สาลินี คำฉันท์ เป็นหนังสือที่อ่านได้อ่านดีอีกเล่มหนึ่งค่ะ







เมษายน 24th, 2009 at 4:27 pm
อ่านเรื่องนี้แล้วต้องกินข้าวให้หมดเกลี้ยงจาน
ไม่ใช่แค่เพราะข้าวแพงหรอก เพราะเห็นคุณค่า ถึงตอนไม่มีกินน่ะ จะเสียใจที่กินทิ้งกินขว้าง