มีหนังสือชวนเที่ยวมาแนะนำอีกแล้วค่ะ ชวนเที่ยวแต่ไม่ได้นำเที่ยวนะคะ
ฟินแลนด์ไม่มีแขน ของใบพัด เป็นหนังสือที่ตั้งชื่อล้อหนังสือเบสต์เซลเลอร์ โตเกียวไม่มีขา ของนิ้วกลม เพื่อนรักกันล้อกันได้ค่ะ แต่เนื้อในนั้นสนุกตามแบบนักเขียนรุ่นใหม่ไอเดียเก๋
ใบพัดมีสมญาว่าติ๋ม หมายถึงเด็กติ๋มๆที่เก่งเรียนแต่เพื่อนไม่ค่อยคบ เพราะขนบวัยรุ่นชอบคนเฮ้วๆมากกว่า เขายอมรับว่า “ คนเรียบร้อยเป็นพิมพ์นิยมของครู ของพ่อแม่ แต่วัยรุ่น จะนิยมชมชอบคนที่นอกคอก
” แต่ใบพัดก็เอาสภาพการเป็นเด็กติ๋มออกมาเผยได้อย่างน้าเอ็นดู เป็นบุคลิกภาพกึ่งเจียมกึ่งจ๊าบ ที่ทำให้เรื่องท่องเที่ยวของเขามีเอกลักษณ์ที่การไม่โอ้อวด
การเที่ยวฟินแลนด์ของใบพัด ผู้ยอมรับสภาพเด็กติ๋ม ไปพร้อมกับคำแนะนำของกูรูเต็มกระบุงโกย แล้วก็ได้เรียนรู้วิธีใช้ชีวิตร่วมกับผู้อื่นในทริปนี้
“ พูดถึงฟินแลนด์ใครๆก็นึกถึงโนเกีย นึกถึงซานตาคลอส แต่ผมไปเมืองเล็กๆ ที่สวยงามมาก “ ใบพัดยั่วให้อยากอ่าน 
“ ไม่มีใครเชียร์ให้ผมไปบ้านซานตาคลอสเลยซักคน..หนึ่งคือ มันแพงมาก ค่ารถไฟไปกลับ+ค่าที่พัก+ค่าอาหารราวสองหมื่นบาท สองคือช่วงนี้ไม่น่าไป ”
ดังนั้นตามใบพัดไปค่ะ จะรู้ว่าเด็กติ๋มอย่างเขา ได้ไปไหน จนต้องกลับมาบอกว่าฟินแลนด์ไม่มีแขน
หน้า 172 มีความตอนหนึ่งว่า ฟินแลนด์ได้รับการจัดอันดับเป็นประเทศน่าอยู่ที่สุดในโลก เพราะรัฐบาลคอรัปชั่นน้อยที่สุดในโลก
เมื่อผู้เขียนคุยกับคนฟินแลนด์ว่า “ประเทศนายน่าภูมิใจนะ มีบริษัทมือถือระดับโลกด้วย “ เขากลับบอกกลับมาว่า “ เราภูมิใจที่ยังมีป่าดีๆเหลืออยู่มากกว่าอีก ” เอากะคนฟินสิน่ะ พูดแทงใจซะเหลือเกิน
แต่ใบพัดก็เตือนว่าเที่ยวต่างประเทศแล้วอย่ากลับมาด่าประเทศตัวเองไปซะหมด
หากอยากรู้ว่าทำไมใบพัดบอกว่าฟินแลนด์ไม่มีแขน ขอให้อ่านเองนะคะ แต่บอกได้ว่า เราจะได้ทั้งแง่คิด ความขำ จนต้องตามเขาไปถึงปลายทาง
ใบพัดเล่าว่า “ ได้ไปเจอชุมชนคนไทยในฟินแลนด์ ซึ่งถือเป็นกลุ่มคนไทยกลุ่มแรกที่นั่น ได้รับไมตรีที่ประทับใจ “
ยังมีอีกตอนนึงในหนังสือ ที่เล่าเรื่องเพื่อนร่วมทางหนุ่มหล่ออิตาเลียน ที่ทำอะไรๆก็เท่ไปหมด แต่วันหนึ่งในวงไวน์ ที่ผู้เขียนหาทางเลี่ยงอย่างผะอืดผะอม ส่วนโจนั้นดื่มได้ทุกไวน์ .. “ พอได้จังหวะ ผมหลบมาบ้วนไวน์ลงแก้ว แล้วเตรียมเอาแก้วไปหมกแถวกระถางต้นไม้ ไอ้โจดันมาเห็นตอนจะเอาแก้วไปวางพอดี .. ถ้าไม่กินก็เอามา เสียดายของ .” ที่เหลือจากนี้ ลองไปอ่านเองค่ะ
ฟินแลนด์ไม่มีแขน เรื่องจริงของติ๋มตกงานที่คิดว่าตัวเองได้ของขวัญจากซานต้า! เป็นหนังสือที่อ่านได้สนุกดี จริงๆค่ะ






เมษายน 29th, 2009 at 5:20 pm
น่าอ่านและน่าเที่ยวมากค่ะ