คุณเคยไปอยู่ในที่ที่หนาวมากราวกับอยู่ในตู้เย็นมั้ยคะ
ความรู้สึกแบบนั้นละค่ะ เป็นอุปมาเทียบเคียงของหนังสือเล่มนี้ นั่งรถไฟไปตู้เย็น
ความหนาวเย็นที่ปลายทางรถไฟสายนี้ คือเมืองฮาร์บิ้น ตอนเหนือของจีนตรงรอยต่อกับรัสเซียค่ะ เจ้าของบันทึกการเดินทางนี้คือนักเดินทาง เจ้าของนามปากกา นิ้วกลม เขาเริ่มเรื่องว่า
“ต่อไปนี้คือข้อมูลเมืองวฮ่าร์บิ๊นเท่าที่ผมรู้ในขณะนี้ หนึ่ง, อยู่ทางตอนเหนือของประเทศจีน สอง,หนาวโคตร จบ. ”
“ เมืองที่ไปนี่ ออกเสียงแบบจีนว่า ฮ่าร์บิ๊น การเดินทางนี้เกิดขึ้นเมื่อ … ใช้เวลาเขียน 5 วัน .. รวมๆแล้วก็เดือนนึง ..ที่เหลือก็เป็นการตรวจเก็บรายละเอียด “
ฟังเผินๆเหมือนเป็นบทบันทึกง่ายๆ แต่การจะกลั่นออกมาเป็นตัวอักษรในแต่ละย่างก้าวของการเดินทาง ต้องกรองมาจากประสบการณ์ และวิธีคิด อย่างคนช่างสังเกต ที่ขยันตั้งคำถาม แล้วคั้นออกมาเป็นบทสรุปที่ตัวหนังสือ
เป็นตัวหนังสือที่ประสมระหว่างศาสตร์และศิลป์อย่างคนที่เรียนสถาปัตย์และทำงานโฆษณา ซึ่งสะท้อนมาให้เราเห็นตั้งแต่วิธีการตั้งชื่อละค่ะ
ส่วนเนื้อในที่บรรจุอักษรลงในบนหนังสือเล่มหนาแต่น้ำหนักเบาสบายมือเช่นนี้ ก็เหมือนจะบอกเป็นนัยๆ ว่าประสบการณ์มากมายในชีวิต ล้วนสามารถย่อยและจัดเรียงให้เบาสบายได้ ถ้ารู้จักเลือกมุมมอง
“ ผมคิดว่าคนที่มองเห็นความงามของโลกเป็นคนน่าอิจฉา เพราะไม่ว่าเขาอยู่ที่ไหน เขาก็จะเห็นความงามเสมอแม้อยู่ในสถานที่เดียวกันกับเรา แต่โลกของเขาต่างออกไป ”
คำโปรยปกที่ว่า นิ้วนั่งขึ้นเหนือสู่ความหนาวกับเรื่องราวหนุกหนาน ณ จุดเหมือสุดของจีนโน่นแน่ะ น่าจะบอกชัดทีเดียวค่ะ ว่านิ้วกลม จะนำอารมณ์ของเราไปทางไหนขณะอ่าน
หากอยากได้เพื่อนดีๆ ไม่มีพิษ นั่งรถไฟไปตู้เย็น เป็นเพื่อนร่วมทางชีวิต ทิ่อ่านได้อ่านดี อ่านแล้วมีความสุขค่ะ





